เที่ยวไหนดี? ... พังงา ดำน้ำ หมู่เกาะสิมิลัน

เที่ยวไหนดี? ... พังงา ดำน้ำตื้น หมู่เกาะสิมิลัน 😀

เดินทางลงภาคใต้ ในเดือนกุมภาพันธ์  มีเวลาช่วงสุดสัปดาห์  ที่จังหวัดพังงา   แผนการการท่องเที่ยวก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  หมู่เกาะสิมิลัน ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่เกาะที่สวยงามเหมาะสำหรับนักดำน้ำที่ชื่นชอบธรรมชาติ  สำหรับหมู่เกาะสิมิลัน จะอยู่ทางทะเลฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นทะเลที่มีคลื่นลม มากกว่า ทะเลฝั่งอ่าวไทย  เกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวกัน ก็มีหมู่เกาะสิมัลัน เกาะตาชัย เกาะพีพี และหมู่เกาะสุรินทร์  ซึ่งสามารถออกเรือเพื่อท่องเที่ยวได้ใน ช่วงประมาณวันที่ ๑๕ ตุลาคม – ๑๕ พฤษภาคม ของทุกปี   สำหรับช่วงเวลา วันที่ ๑๖ พฤษภาคม – ๑๔ ตุลาคม ของทุกปี  ก็จะเป็นช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยว 

อุปกรณ์ที่แจกหลังจากลงทะเบียน
ถ้าต้องการเที่ยวในช่วงทะเลและท้องฟ้าสวย  จะเป็นกลางเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนเมษายน  ด้วยความตั้งใจอยากจะไปพักบนเกาะแบบ ๒ วันหนึ่งคืน  แต่ปรากฎว่าทริปที่เหลืออยู่มีเพียง One Day trip หมู่เกาะสิิมิลัน  เทานั้น  โอนมัดจำส่วนหนึ่งแล้วก็ได้เอกสารสำหรับการลงทะเบียน ใช้ ณ วันเดินทาง

ปลาในท้องทะเลไทย
ปลาทะเลในท้องทะเลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อถึง วันออกเดินทาง ตามกำหนด แปดโมงเช้าที่ ท่าเรือทับละมุ จังหวัดพังงา เพื่อลงทะเบียน  แต่เดินทางมาถึงก่อนกำหนด คือ เวลา ๗ โมงเช้า มีอาหารว่าง กาแฟ ขนมปัง พร้อมสำหรับนักท่องเที่ยว  เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ก็เริ่มให้มีการลงทะเบียน  โดยแสดงหลักฐานการโอนเงิน และชำระส่วนที่ค้าง ทางบริษัทนำเที่ยวก็จะให้สติ๊กเกอร์ เพื่อคัดแยกเป็นกลุ่ม  ในวันนี้ มีหลายกลุ่มมาก ทั้งฝรั่ง, จีน, คนไทย หลังจากนั้นก็ รับอุปกรณ์ (หน้ากากสน็อกเกิ้ล)  ที่ต้องใช้ในระหว่างการดำน้ำ   กรณีทริปอื่น อาจจะได้อุปกรณ์เพิ่ม เช่น ตีนกบ
สัตว์อื่นๆในท้องทะเลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ใกล้ๆ เวลา ๙ โมง เริ่มทยอยเรียกแต่ละกลุ่ม สำหรับฝรั่ง หรือนักท่องเที่ยวที่ถนัดการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ ก็จะเป็นกลุ่มเดียวกัน, ภาษาจีน ก็อีกกลุ่ม  ระหว่างรอเรียก ก็แวะเข้าไปในร้านที่ทางบริษัทนำเที่ยว จัดไว้ มีแว่นกันแดด, ครีมกันแดด, ผ้าคลุม  และสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวทะเล  มาสะดุดที่ซองกันน้ำ เป็นแบบพลาสติกสองชั้น จึงซื้อมาเพื่อสำหรับถ่ายภาพใต้น้ำในการไปเที่ยวครั้งนี้ 

ปะการังในท้องทะเลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ถึงเวลากลุ่มคนไทย  มัคคุเทศก์ก็เรียกให้รวมกลุ่ม แนะนำตัวและแนะนำการปฏิบัติตัวในระหว่างการเดินทาง สิ่งสำคัญในการเดินทางครั้งนี้ คือ ความปลอดภัย และ ห้ามให้อาหารปลาในทะเล  เพราะการให้ขนมปังกับปลา เท่ากับการทำลายระบบนิเวศน์ทางทะเลอย่างรุนแรง และเท่ากับการฆ่าปะการังทางอ้อม  เมื่อชี้แจงสิ่งต่างๆ เสร็จ ก็เดินไปที่เรือ Speed Boat  ก่อนขึ้นเรือ  ให้นักท่องเที่ยวทุกคนถอดรองเท้าไว้ที่ฝั่ง น่าจะเพื่อลดปัญหาเรื่องรองเท้าหาย แล้วจึงขึ้นเรือ 

เรือ Speed Boat ที่ใช้โดยสาร
หมู่เกาะสิมิลัน ม่ีทั้งหมด เก้า เกาะ  เกาะหนึ่ง(เกาะหูยง) เกาะสอง(เกาะปายัง) และเกาะสาม(เกาะปาหยัน)  จะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์การวางไข่ของเต่าทะเล  ให้มีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติสมบูรณ์  สำหรับเกาะที่จะไปเที่ยวตามโปรแกรม คือ  แวะจุดแรกที่เกาะห้า หรือเกาะหก  หลังจากนั้น รับประทานอาหารกลางวันที่ เกาะสี่  แล้วไปต่อ ที่เกาะเก้า และเกาะแปด 

ออกเดินทางมาสักพัก ไกด์นำรูปปลาและสัตว์ทะเล รวมถึงปะการัง ที่อาศัยอยู่ในทะเลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มาให้ชมกันก่อน เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเบื่อ 😄   เมื่อไปถึงจุดเกาะห้า หรือเกาะหก ทางกัปตันเรือแจ้งว่าวันนี้ไม่เหมาะที่จะดำน้ำบริเวณเกาะนี้  ก็เลยให้เดินทางไปรับประทานอาหารที่เกาะสี่ หรือเกาะเมี่ยง ก่อน

กำลังเข้าเทียบชายหาดเกาะสี่
วันนี้มีนักท่องเที่ยวมากจากหลายบริษัทนำเที่ยว ทำให้การเข้าเทียบชายหาด ต้องใช้เวลาพอสมควร หลังจากลงจากเรือแล้ว ก็เดินผ่านป่าเพื่อข้ามไปยังอีกฝั่งของเกาะ

ชายหาดเกาะเมี่ยง (เกาะสี่) หลังจากลงจากเรือ ก่อนเดินผ่านป่า
ที่เกาะสี่ ระหว่างการเดินผ่านป่า บางช่วงก็ทำให้เจ็บเท้าบ้าง เป็นรสชาติการเดินทางอีกแบบหนึ่ง  ทรายที่นี่ละเอียดมาก นุ่มเท้า  สีขาวนวล  ในป่าเล็กๆ  มีนกชาปีไหน หรือ นกกะดง เป็นนกตัวใหญ่ ขนาดเหมือนไก่ ขนที่บริเวณคอสีออกสีเขียวเข้ม และตัวสีออกดำ เดินไปมาอยู่

เส้นทางเดินผ่านป่า ด้วยเท้าเปล่า เพื่อไปยังจุดรับประทานอาหาร
พอมาถึงจุดรับประทานอาหาร เป็นอาหารบุฟเฟต์แบบง่ายๆ แต่อร่อย เข้าแถว รับอุปกรณ์ ตักพอประมาณ ก็เดินไปหาที่นั่ง โดยเป็นจุดรับประทานอาหารที่ทางอุทยานแห่งชาติ จัดไว้  ระหว่างนั่งรับประทานอาหาร ก็เห็น นกชาปีไหน หรือ นกกะดง  กินอาหารที่อยู๋บนโต๊ะอาหารที่นักท่องเที่ยวเหลือไว้ หรือมีเศษอาหารที่โต๊ะ   นับว่าเป็นนกป่าทะเลที่ใกล้ชิดกับมนุษย์จริงๆ 😃

นกชาปีไหน หรือ นกกะดง ในที่รับประทานอาหาร
ชายหาดฝั่งที่รับประทานอาหารของเกาะเมี่ยง

หลังรับประทานอาหารเสร็จก็เดินสำรวจชายหาดฝั่งที่รับประทานอาหารนี้  การจราจรทางน้ำ ก็แน่นพอๆ กันกับอีกฝั่ง แล้วเดินทางย้อนกลับเพื่อให้ตรงกับเวลานัดหมาย พอมาถึงก็พบว่า เรือออกไปจอดกลางทะเล  เมื่อจำนวนคนที่มาด้วยกันในเรือนี้มีมากพอสมควร เรือก็กลับเข้ามารับ จอดทิ้งสักพัก  ทำให้มีเวลาถ่ายรูปบริเวณหน้าเรือ Speed Boat อีกพักใหญ่  เวลาผ่านไปพอควร ก็ออกเรือ ...  ไม่ห่างจากชายหาดเท่าใดนัก ก็มารู้อีกที ว่านักท่องเที่ยวคู่หนึ่ง ยังไม่ได้ขึ้นเรือ รอเวลาอีกนาน จึงหานักท่องเที่ยวนั้นเจอ และมีเรือพามาส่งที่กลางทะเล 

ข้อปฏิบัติในการท่องเที่ยวดำน้ำแบบผิวน้ำ

พร้อมออกเดินทางอีกครั้ง
จุดแรกที่ได้ลงไปดำน้ำ ประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆ  จุดนี้ น้ำไหลค่อนข้างแรงเล็กน้อย เหมือนน้ำวนเล็กๆ  บริเวณนี้ มีปะการังใต้น้ำ หลากชนิดให้เห็น  เป็นปะการังเขากวาง  และปะการังผักกาด  มีปลาหลายชนิด เช่น ปลาสิงโต, ปลาสลิดหินลายบั้ง และปลาอื่นๆ  แต่ไม่เป็นฝูงใหญ่ 

เริ่มทยอยลงดำน้ำ

การถ่ายภาพผ่านพลาสติกกันน้ำก็ทำให้ได้ภาพในระดับหนึ่ง  แต่ถ้ากดชัดเตอร์ใต้น้ำ จะไม่สามารถกดได้ เนื่องจากภายใต้น้ำมีแรงดัน การกดถ่ายภาพทำให้จอภาพมือถือ ไม่รู้ว่าเป็นการกดชัดเตอร์ เพราะทั้งหน้าจอมีแรงดันน้ำกดทั่วไปหมด  สำหรับการอัดวีดีโอ ก็อาจจะควบคุมได้ยาก เพราะมือถือที่ใช้ไม่สามารถล็อกการซูมได้ เพราะพอเจอแรงดันใต้น้ำก็จะทำให้ภาพซูมเข้า ซูมออก ตลอดเวลา  วิธีการแก้ปัญหาง่ายสุด คือ การตั้งเวลาถ่ายรูป แล้วนำมือถือลงใต้น้ำพร้อมกับการนับจังหวะของตัวมือถือ   



หินเรือใบ ถ่ายจากมุมที่ดำน้ำ
หินเรือใบที่เกาะแปด (เกาะสิมิลัน) ถ่ายจากบนเรือ

หินรูปรองเท้า ที่เกาะแปด (เกาะสิมิลัน)

ปลาทะเลที่หมู่เกาะสิมิลัน มีหลายชนิด เช่น ปลาสลิดหินลายบั้ง, ปลาเสือ, หอยเม่น และอื่นๆ  แต่ไม่ได้มีจำนวนมากแบบเป็นฝูง  ซึ่งนับว่าดีสำหรับระบบนิเวศน์ เพราะปลาชนิดอื่นๆ บางสายพันธุ์ ก็มีส่วนช่วยให้ปะการังมีชีวิตและขยายพันธ์ได้

ปะการังใต้ทะเล

ปะการังเขากวาง
ปะการังที่เกาะสิมิลัน เท่าที่เห็นประมาณ สามถึงสี่ชนิด ไม่เหมือนกับ การดำน้ำตื้นที่ระยอง พบเห็นเพียงชนิดเดียว  น้ำทะเลที่นี่ใสมากครับ  ดูได้จากภาพที่ถ่ายมาครับ

ปลาเล็ก ปลาน้อย ใต้ทะเลสิมิลัน

ปลาเล็ก ปลาน้อย ใต้ทะเลสิมิลัน

ว่ายไปสักครึ่งชั่วโมง ทางเรือก็เรียกขึ้น เพื่อไปยังจุดใกล้หาด เกาะแปด  คราวนี้ เป็นการว่ายจากเรือเพื่อไปที่หาดเกาะสิมิลัน  ณ จุดนี้ คนที่ต้องการเดินขึ้นเขาไปชมหินเรือใบ สัญลักษณ์แห่ง “ทะเลสิมิลัน”  
ก็สามารถแยกออกไป ส่วนคนที่ต้องการว่ายน้ำดูปะการัง ก็ว่ายเล่น รอบๆ หาด ผ่านไปใกล้ สี่โมงเย็น  ทุกคนก็เริ่มเหนื่อยล้ากัน  ทยอยขึ้นเรือ เพื่อเดินทางกลับ


ภาพใต้ทะเล กับปลาทะเลหลากหลายพันธุ์

ปลาหลากหลายใต้ทะเล
ปลาสลิดหินลายบั้ง (ซ้าย เป็นภาพที่ถ่ายได้ - ขวา ภาพตามสีธรรมชาติ)

ปลาสลิดหินลายบั้ง (ซ้าย เป็นภาพที่ถ่าย - ขวา ภาพตามสีธรรมชาติ)
ชายหาดเกาะแปด
ระหว่างการเดินทางกลับมีคลื่นลมแรงพอสมควร มีการกระแทกบ้าง ต้องยกก้นเป็นจังหวะ ถ้าไม่นั่งแบบรับจังหวะกับคลื่นกระแทกเรือ รับรอง เจ็บก้น พอสมควร เลยครับ  ประกอบกับ กัปตันเรือต้องเร่งให้ถึงฝั่งก่อนพระอาทิคย์ตกดิน  ถ้ามืดแล้ว การเดินทางจะลำบากขึ้น  

เกาะแปด (เกาะสิมิลัน)
เป็นการเดินทางที่ตื่นเต้น เร้าใจ ในการเดินเรือ ไกด์บอกว่าวันก่อน หนักกว่านี้ นะ   เพราะเจอฝน  วันนี้นับว่าดีกว่า   ไม่รู้ปลอบใจ หรือเปล่า?   😄    ถึงที่ท่าเรือทับละมุ ประมาณเกือบหกโมงเย็น กว่าๆ  เล่นเอานักท่องเที่ยวหลายๆ คน หมดแรงพอควร      คราวนี้ ก็ถึงเวลาเสาะหาที่พักในจังหวัดพังงา สำหรับการพักผ่อนในคืนนี้ ครับ

สำหรับบริษัทนำเที่ยว ในการดำน้ำก็มีให้เลือกอยู่หลายบริษัท ขึ้นอยู่กับความชอบในโปรแกรมที่จัดครับ ข้อแนะนำอย่างหนึ่ง คือ ที่พังงา มีท่าเรือทับละมุ และ ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม  ควรระมัดระวัง อย่าจำสับสนนะครับ เพราะบริษัทแต่ละบริษัท  อาจจะขึ้นเรือ คนละท่าเรือกัน


พิกัด GPS ท่าเรือทับละมุ  :     8.567685, 98.225116

แผนที่ ท่าเรือทับละมุ



ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักใน จังหวัดพังงา สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... ระยอง ดำน้ำตื้น เกาะมันใน เกาะมันกลาง เกาะทะลุ

เที่ยวไหนดี? ... ระยอง ดำน้ำตื้น เกาะมันใน เกาะมันกลาง เกาะทะลุ 😀


สุดสัปดาห์อีกครั้ง กับช่วงวันหยุดประมาณ ๔ วัน  ในเดือนเมษายน ส่วนตัวชอบทะเลเป็นทุนเดิม ก็เริ่มค้นหาแผนการเดินทาง มาสะดุด กับการดำน้ำตื้น ที่จังหวัดระยอง  อ่านโปรแกรมแล้วก็น่าสนใจครับ

วันเดียวเที่ยว สามเกาะ ในน่านน้ำทะเลระยอง บริษัทนำเที่ยว สำหรับการดำน้ำดูปะการัง ส่วนใหญ่จะอยู่ที่หาดแม่พิมพ์  หลังจากสอบถามทางโทรศัพท์ ก็แจ้งว่าสามารถมาชำระค่าบริการในวันที่ใช้บริการ  กำหนดการเรือออกจากท่า เก้าโมงครึ่ง ไปถึงประมาณแปดโมงเช้า ซื้อทัวร์เรียบร้อยใกล้ถึงเวลาตามนัดหมาย ก็มีรถจากจุดรีสอร์ท มารับไปส่งที่ท่าเรือ

เรือโดยสารนำเที่ยว
เรือที่โดยสารเป็นเรือ สองชั้น ขึ้นเรือก็เลือกอุปกรณ์ดำน้ำ คือ หน้ากากสน็อกเกิ้ล และเสื้อชูชีพ จุดหมายแรกเป็นเกาะมันใน ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลอนุบาลเต่าทะเล เพื่อไม่ให้มีการสูญพันธ์ไปในทะเลไทย  เรือเทียบท่า จากท่าเรือ ต้องเดินไปสักระยะหนึ่ง  ผ่านป้ายแนะนำเกาะมันใน แล้วก็เดินเข้าไปศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งทะเลอ่าวไทยทางตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง   มาที่ บ่ออนุบาลเต่าทะเล   เต่าทะเลที่นี่ จะได้รับการดูแลตั้งแต่แรกเกิดไปจนตัวโตเต็มวัย

ทางเข้าเกาะมันใน
 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่งทะเลอ่าวไทยทางตะวันออก
 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ระหว่างการชมเต่าทะเลขนาดต่างๆ ในบ่อ  ก็มีการบรรยาย ถึงวิธีการอนุรักษ์และการอนุบาล เพื่อให้เต่าทะเลดำรงพันธ์อยู่ได้
เต่าทะเลขนาดต่างๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่


หลังจากชมทั่วๆ แล้วก็มีเวลาถ่ายรูป ระหว่างเดินทางกลับไปที่เรือ  ขึ้นเรืออีกครั้งเพื่อดินทางไปที่ เกาะมันกลาง  พอถึงเกาะมันกลาง กัปตันแจ้งว่า คลื่นลมแรง ไม่ปลอดภัย เลยแจ้งว่าจะไปที่เกาะทะลุ แล้วใช้เวลาดำน้ำ ที่นั่น ที่เดียวดีกว่า   ระหว่างเดินทางไปเกาะทะลุ ก็มีเสริฟ์อาหารกลางวัน (ข้าวกล่อง)

เกาะมันกลาง
ประมาณบ่ายโมงครึ่ง เรือก็จอดอยู่ห่างจากเกาะทะลุพอสมควร แล้วเริ่มให้นักท่องเที่ยว ทยอยให้ลงแล้ว ก่อนลง ไกด์ก็มีการตรวจวิธีการใส่เสื้อชูชีพ และสอนวิธีการใช้หน้ากากสน็อกเกิ้ล กับการแก้ปัญหาการเกิดฝ้า, น้ำเข้าหน้ากากระหว่างการดำ   ควรจะดึงหน้ากากให้แน่น รัด  ก่อนลงก็ควรล้างหน้ากากด้านในด้วยน้ำ เพียงเท่านี้ ก็จะหมดปัญหาระหว่างการดำน้ำตื้น

เกาะทะลุ
ลงจากเรือก็ทยอยไต่ตามเชือกไปเรื่อยๆ  จะเริ่มเข้าสู่ฝั่ง เมื่อถึงระดับพอจะยืนได้ เริ่มเห็นปะการังและปลาทะเล

เหล่านักท่องเที่ยว
มองดูปลาทะเล
ปลาทะเลที่นี่ เห็นมีแต่ปลาสลิดหินลายบั้ง ว่ายเวียนไปมา  ส่วนปะการัง พบเห็นแต่ปะการังสมองเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเห็นชนิดอื่น  สำหรับบางบริษัททัวร์ มีการถ่ายภาพใต้น้ำฟรี  ซึ่งเป็นกล้องที่อยู่ในอุปกรณ์กันน้ำครึ่งวงกลม กระจกใส มีด้ามจับ ถือไว้ใต้น้ำได้  ซึ่งจะได้ภาพคมชัดมาก  ถ้าเราต้องการใช้ส่วนตัวต่างหาก ก็สามารถหาเช่าได้ ก่อนออกเดินทาง  บริการถ่ายภาพฟรี แต่ถ้าปริมาณนักท่องเที่ยวเยอะ ก็ไม่สามารถเก็บรูปนักท่องเที่ยวได้หมด

ปะการังสมอง
อุปกรณ์ที่ผมใช้เป็นซองพลาสติกแบบหนา สองชั้น สำหรับกันน้ำ และใช้ลงทะเลได้  แต่ถ้าจะถ่ายภาพใต้น้ำ ก็ต้องใช้วิธีแบบตั้งเวลา เพราะเมื่อมือถืออยู่ในทะเล จะมีแรงกดที่หน้าจอ ทำให้เมื่อกดปุ่มเพื่อถ่ายภาพ มือถือจะไม่รู้ว่ามีการกด  การตั้งเวลาก่อน แล้วถ่ายก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องความคมชัดของภาพ อันนั้น ต้องทำใจ ครับ 😔  เพราะพอลงใต้น้ำแล้ว ก็มีโอกาสเปลี่ยนไปมาได้   ยื่งเป็นวิดีโอแล้ว ยากพอควรครับ เพราะเวลาว่ายไป มีคลื่นมา ภาพก็ซูมเข้า ซุมออกเอง อีกต่างหาก 😄

ปลาสลิดหินลายบั้ง
การที่ท้องทะเลมีแต่ปลาสลิดหินลายบ้ง นั้นเป็นสัญญานที่ไม่ดีเท่าไรนัก  เพราะปลาสลิดหินลายบั้งนี้ ถึงแม้จะสวยงาม แต่โดยธรรมชาติของปลา จะมีนิสัยก้าวร้าว ขับไล่ปลาชนิดอื่นๆ  ซึ่งปลาที่ถูกขับไล่ จะเป็นปลาที่ช่วยให้ปะการังอยู่รอดได้ ตามระบบนิเวศน์

ปลาสลิดหินลายบั้ง ถ่ายจากบนน้ำ
เล่นน้ำ ดำน้ำ ผ่านไปสองชั่วโมง ทางไกด์เรื่มทยอยเรียกให้นักท่องเที่ยวขึ้นจากเรือ ที่บนเรือมีน้ำจืดให้ล้างตัว  ระหว่างเดินทางกลับ นักท่องเที่ยวก็ทยอยเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ระหว่างการเดินทางก็มี เมาเรือ  สิ่งสำคัญพยายามมองไปข้างหน้า ไกลๆ   นักท่องเที่ยวบางคนก็โดนหินบาด  เวลาประมาณ ห้าโมงเย็น เรือก็กลับมาเทียบท่า ไกด์ แจ้งว่า สำหร้บภาพถ่ายดำน้ำ จะสามารถไปดาวน์โหลดได้ จากเวปของทางบริษัทฯ ซึ่งทางบริษัทจะทยอยลงให้   นักท่องเที่ยวบางส่วนนำรถมาจอดที่ท่าเรือก็มี  ส่วนตัวผมก็ต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้น คือที่รีสอร์ท  ที่รีสอร์ทก็มีที่พักแต่เป็นแนววิวสวน


ปลาสลิดหินลายบั้ง



ถ้าเทียบกับการดำน้ำตื้นที่เกาะสิมิลัน น้ำที่นั่นจะใสกว่า และมีปะการังหลากหลายชนิด ให้เห็น  แต่การดำน้ำที่ระยอง ก็เป็นการดำน้ำที่เดินทางไม่ไกลมาก บรรยากาศก็ใกล้เคียงกัน ครับ   เมื่อถึงที่รีสอร์ฺทที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ   ก็เก็บของขึ้นรถ แล้วก็หาที่พัก  พร้อมกับ หาที่รับประทานอาหารเย็นในค่ำคืนนี้  


การเดินทาง 

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่  แล้วใช้ทางออกเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๔๔ ไปทางอำเภอบ้านบึง, อำเภอแกลง อีก ๙๙ กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ไป ๒.๖ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าซอยหนองชุมแสง ไป ๑.๖ กิโลเมตร ออกปากซอยเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๑๖๔ ตรงไป ๑.๗ กิโลเมตร จากนั้นจะเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๑๖๑ ไปอีก ๑๐.๗ กิโลเมตร แล้วเบี้ยงซ้ายไปทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๕ อีก ๑.๓ กิโลเมตร ก็จะเป็นหาดแม่พิมพ์


พิกัด GPS หาดแม่พิมพ์  :   12.643806, 101.634452

แผนที่ หาดแม่พิมพ์  :  

ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักใน จังหวัดระยอง สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม ลอยกระทง ที่ อัมพวา

เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม ลอยกระทง ที่ อัมพวา  😀

เช้าวันลอยกระทง ได้มาทำธุระในจังหวัดสมุทรสงคราม หลังจากเสร็จธุระประมาณเกือบสี่โมงเย็น ก็คิดๆ ว่า จะไปที่ไหน ดี  เพราะหลายๆ ที่ ก็ไม่มีการจัดงาน วันลอยกระทง  ก็เดินทางเข้ามาเดินเล่นในบริเวณตลาดน้ำอัมพวา ในช่วงหัวค่ำ  มาถึงประมาณ ห้าโมงกว่าๆ ใกล้ หกโมง  วันลอยกระทงที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็มีการจัดร้านรวง ขึ้นมาบ้าง ดูเหมือนเป็นวันหยุดปลายสัปดาห์ เหมือนทุกครั้งที่เคยมา  แต่จำนวนร้าน น้อยกว่ามาก

บรรยากาศ หกโมงเย็น นิดๆ
 เดินไป ทางสถานีตำรวจภูธรอัมพวา  เป็นแนวริมแม่น้ำแม่กลอง นั่งกินมื้อค่ำ สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำ อาทิตย์อัสดง แสงสว่างเริ่มค่อยๆ ลับหายไป แสงไฟ สีเหลือง สีขาว ตามบ้านเรือนเริ่มส่องแสงสว่างขึ้นมาแทนที่

ดะวันเริ่มลับขอบฟ้า ริมแม่น้ำแม่กลอง อัมพวา 
ถึงแม้ที่นี่ จะไม่ได้มีการจัดงานอย่างเป็นทางการ แต่ก็คึกคักอยู่ไม่น้อย ตั้งใจว่าจะกลับ ก็เดินอีกสักรอบนึงก่อน  เดินไปเดินมา ทุ่มกว่าๆ  เห็นมีบริการลอยกระทงกลางแม่น้ำ นึกๆ ดู น่าสนุก ก็เริ่มแผนการ เดินหากระทง มีขายอยู่หลายร้านมาก   ก็ได้มาแบบแนวธรรมชาติ ทำจากต้นกล้วย 😊   ซื้อตั๋วสำหรับขึ้นเรือ   คนไม่เยอะมาก ทำให้สามารถเลือกที่นั่งบนเรือได้  (อาจจะเพิ่งออกไปก็ได้มั้ง ครับ)  เลือกที่นั่งด้านหน้าๆ จะได้เห็นวิว และถ่ายรูปได้เยอะ หน่อย

กระทงต้นกล้วย
พร้อมสำหรับการลอยกระทง
นั่งอยู่บนเรือสักพักใหญ่ มีเรือ รอบที่ไปมาแล้ว กลับเข้าเข้าท่าเทียบเรือ  เรือที่เรานั่งก็ต้องขยับออก ให้เขาลง แล้ว ก็เข้ามาเทียบท่าอีกครั้ง เพื่อรับผู้โดยสาร ให้ได้ตามจำนวน

ขยับให้ลำที่กลับมาลงก่อน
อุปกรณ์อย่างนึงที่ไม่ควรพลาดในการนำไปก็ คือ ไฟแช็ก ในการจุดธูปและเทียน  อาจจะเพราะเรือมารออยู่พอสมควรมั้ง ครับ  จำนวนผู้โดยสารไม่ได้เต็มลำ (แบบนั่งแน่น) ก็เริ่มออกเดินทาง  แล่นออกจากคลอง มาที่แม่น้ำแม่กลอง

บรรยากาศลอยกระทงกลางแม่น้ำแม่กลอง
ริมแม่น้ำสองฝั่ง มีกระทงลอยอยู่ตามแนวยาว ไหลเรื่อยๆ ตามกระแสน้ำ  ได้เห็นกระทงสาย ที่ปล่อยตามริมแม่น้ำ และกระทงสายที่ปล่อยจากกลางแม่น้ำ  มองดูเป็นแนวขบวนของกระทง สวยงามมาก   มองไปที่ฝั่งวัดภุมรินทร์กุฎีทอง ก็มีประชาชนมาลอยกระทง  เครื่องยนต์หยุดพักการทำงาน สักระยะหนึ่ง เรือลอยลำ กลางแม่น้ำ แต่ละคนเริ่ม จุดธูปและเทียน สำหรับกระทงที่เตรียมมา บ้างก็ยืมไฟแช็กกันบ้าง บ้างก็ต่อไฟกัน  ส่วนน้อยที่นำมากัน ครับ

ทางด้านซ้าย เป็น วัดภุมรินทร์กุฎีทอง สวนหลวง อัมพวา
หลังจากอธิษฐานและขออภัยต่อพระแม่คงคาเสร็จ ก็ปล่อยกระทงลอยบนแม่น้ำแม่กลอง แล้วก็ลุ้นกันว่า เทียน จะดับ, กระทงจะล่มหรือเปล่า?  การจราจรทางน้ำ ค่อนข้างพลุกพล่านเล็กน้อย แต่ไม่วุ่นวาย   เครื่องยนต์ติดอีกครั้ง เข้าสู่เส้นทางการชมหิ่งห้อย อันเป็นเอกลักษณ์ของอัมพวา

ผ่านชุมชน คลองอัมพวา
ผ่านวัดจุฬามณี
เรือขับเข้ามาที่ตลาดน้ำอีกครั้ง แล้วลัดเลาะตามคลองไปเรื่อยๆ ผ่านชุมชนตามคลอง ตามบ้านก็มีการลอยกระทง ทำให้เห็นกระทงที่ลอยมาตามสายน้ำ เพื่อออกแม่กลองอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะๆ  ผ่านวัดจุฬามณี  พักตามจุดที่คนขับบอกว่ามีหิ่งห้อย  เห็นได้ด้วยตา พอมีบ้าง แต่ไม่เยอะ  ปริมาณแสงของตัวหิ่งห้อยไม่พอที่จะถ่ายรูปได้  ได้แต่เก็บไว้ในความทรงจำ

ผ่านวัดบางกะพ้อม (หลวงพ่อคง องค์ใหญ่ ทางซ้าย)
ระหว่างนั่งเรือ ลมเย็น ของฤดูหนาว ก็ผ่านปะทะผิวกาย เย็น สดชื่น  จนบางครั้งก็รู้สึกหนาวอยู่บ้าง ไปสักพัก ก็ผ่านวัดบางกะพ้อม ที่นี่ มีรูปหล่อหลวงพ่อคงเป็นองค์ขนาดใหญ่  หลวงพ่อคงเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม มรณะเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๖  ช่วงพรรษาที่ ๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๘)  วัดบางกะพ้อมอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม และยังไม่มีวัดปกครอง ชาวบ้านได้อาราธนาหลวงพ่อคง ให้ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม  หลวงพ่อท่านตกลงรับคำอาราธนา หลังจากนั้น ท่านก็ได้ทำการฟื้นฟู บูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัด เรื่อยมา

กลับมาที่จุดเริ่มต้น

หลังจาก ดูหิ่งห้อย ตามจุดต่างๆ จากคลองเล็กๆ ก็ออกสู่แม่น้ำ อีกครั้ง แล้วก็วกกลับเข้าตลาดน้ำอัมพวา  โดยรวมใช้เวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ใกล้สามทุ่ม ร้านค้าก็ยังเปิดอยู่  ดนตรีขับร้องแนวคาราโอเกะ เรียกลูกค้า ก็ยังเปิดอยู่ 

ใกล้ท่าเทียบเรือ 
ลงจากเรือ ก็เห็นว่าร้านหลายๆ ร้านเริ่มทยอยปิดไปบ้าง  และแล้วก็สำเร็จภารกิจการลอยกระทงท่ามกลางแม่น้ำแม่กลอง  เป็นอีกความทรงจำหนึ่ง ที่มีความรู้สึกดีๆ

ความคึกคักยังมีอยู่ แม้สามทุ่มแล้วก็ตาม

บรรยากาศกระทงสาย ริมสองฝั่งคลองในอัมพวา และกระทงเล็กๆ ในคลอง  ↷



พิกัด GPS ตลาดน้ำอัมพวา:  13.425967, 99.955038

แผนที่  ตลาดน้ำอัมพวา




สำหรับเส้นทางการเดินทาง กรณีที่มาจากถนนพระราม ๒ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) ให้เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสายบางแพ - สมุทรสงคราม) ขับตามเส้นทางเรื่อยมา ๗.๓ กิโลเมตร แล้วเบี่ยงซ้ายเข้าสู่ถนนทางหลวงหมายเลข ๖๐๐๒ ไปอีกประมาณ ๑.๑ กิโลเมตร จะพบวัดอัมพวันเจติการามอยู่ทางซ้าย ก็นำรถเข้าไปจอดภายในวัดได้ ครับ


ขอบคุณ ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักใน จังหวัดพิษณุโลก  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ