เที่ยวไหนดี? ... น่าน อ.เมือง ไหว้พระ ๙ วัด ๓ วัดพญาวัด

เที่ยวไหนดี? ...  น่าน อ.เมือง ไหว้พระ ๙ วัด   ๓ วัดพญาวัด  😀 

หลังจากออกจาก วัดพระธาตุเขาน้อย ก็เตรียมตัวเดินทางไป วัดลำดับถัดไป คือ วัดพญาวัด  ตั้งอยู่บ้านพญาวัด หมู่ที่ ๖ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดมีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๑๐ ตารางวา สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๕๓๘  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๕ เมตร  ภายใน วัดพญาวัด มีปูชนียสถานเก่าแก่ เช่น เจดีย์จามเทวี, พระไม้ประทับยืนบนฐานดอกบัว,  พระพุทธรูปพระเจ้าสายฝนหรือ พระเจ้าฝนแสนห่า ที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน ในเรื่องการขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล มีการทำพิธีขอฝนครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓  ซึ่งเหตุที่ไม่ได้ทำหลังจากนั้น  เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าองค์พระที่มีอายุเก่าแก่ ซึ่งต้องใช้ประกอบพิธีขอฝน จะชำรุด

เส้นทางการเดินรถ คือ เมื่อออกจากวัดพระธาตุเขาน้อย ใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๕ มา ๔๕๐ เมตรพบสามแยก เลี้ยวซ้าย ไป ๕๐๐ เมตร พบทางแยกเบี่ยงขวาไป ๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้า วัดพญาวัด  เมื่อเข้ามาในวัดสามารถจอดรถ ในบริเวณที่ใกล้กับพระอุโบสถ ได้ ครับ  มาถึงในช่วงเวลาประมาณ บ่ายสามโมงกว่าๆ

โบสถ์ วัดพญาวัด น่าน  (ด้านหน้า)

พระอุโบสถ วัดพญาวัด ด้านข้าง 

โบสถ์มีความสวยงามตามศิลปะทางเหนือ มีการตกแต่งลวดลายสีทอง ตัวโบสถ์สีขาว ตัวโบสถ์น่าจะยังคงบูรณะไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากไม่มีช่อฟ้าอยู่ด้านบน แต่เห็นตั้งอยู่ด้านหน้าโบสถ์ (ชั้นบน) ก่อนเข้าไปภายใน   เมื่อเดินขึ้นไป จะมีพื้นที่โล่งก็เข้าตัวโบสถ์ ด้านข้างซ้ายและขวา เป็นฉากไม้ ที่มีการฉลุลวดลายเป็นสิบสองนักษัตร  ประตูทางเข้าโบสถ์ ยังคงสวยงาม สร้างและตกแต่งลวดลายสอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกของพระอุโบสถ


ประตูทางเข้าโบสถ์ เมื่ออยู่ชั้นบน

ลวดลาย ปีฉลู หนึ่งในสิบสองนักษัตร
เมื่อเข้ามาภายในโบสถ์ ค่อนข้างร่มรื่น เมื่อเทียบกับไอร้อนที่มีอยู่ภายนอก นั่งสงบ สักพัก และกราบนมัสการองค์พระ พระเจ้าสายฝน หรือ พระเจ้าฝนแสนห่า ซึ่งเป็นพระประธานของพระอุโบสถแห่งนี้  หลังคาของพระอุโบสถ เป็นแนวไม้ ศิลปะทางเหนือ มี ตุง แขวนอยู่  มีจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่น หากเป็นที่อื่น จะเป็นการเขียนภาพลงทั้งผนัง  แต่ที่นี่ เป็นการเขียนภาพลงบนพื้นที่สี่เหลี่ยม ด้านบนก่อนถึงตัวหลังคา และแต่ละภาพจะทำกรอบสีดำ ลายดอกไม้ ล้อมรูป  ภาพส่วนใหญ่ สื่อถึงวิถีชาวบ้าน ขนบธรรมเนียมประเพณี ที่มีมาแต่ช้านาน รวมถึงการสร้างวัด

จิตรกรรมฝาผนัง และหลังคา ในโบสถ์

จิตรกรรมฝาผนัง และ ตุง

พระเจ้าสายฝน หรือ พระเจ้าฝนแสนห่า (พระประธาน)
ภายในบริเวณวัดพญาวัด มีเป็นเจดีย์เก่าแก่ที่สวยงาม ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๕๓๘ คือ พระธาตุจามเทวี หรือพระธาตุวัดพญาวัด ถูกสร้างในรูปแบบศิลปะล้านนาระยะแรก และได้รับอิทธิพลมาจากลำพูน สันนิษฐานจำลองแบบมาจากเจดีย์วัดกู่กด อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน (อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ และมีการต่อเติมภายหลัง ทั้งนี้เพราะส่วนฐานขยายสูงขึ้น โดยเพิ่มหน้ากระดานสี่เหลี่ยม และฐานบัวลูกแก้ว เข้ามารองรับ ชั้นซ้อนจรมัน ส่วนการก่อวงโค้งยอดซุ้มคงได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์ทรงเรือนธาตุศิลปะล้านนา ที่สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๑)   

ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม ซ้อนกัน ๔ ชั้น มีชั้น บัวหงายคั่น ฐานบัวแก้วย่อเก็จ ถัดขึ้นไปเป็นสี่เหลี่ยมเรียงซ้อนลดหลั่นกัน ๕ ชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มจรมัน ก่อยอดเป็นรูปวงโค้ง ประดิษฐาน พระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืน   ชาวบ้านเรียกเจดีย์นี้่ว่า "พระธาตุจามเทวี" มีการจัดงาน ห้าเป็งสรงน้ำพระธาตุจามเทวี  ในเดือนห้าเป็ง ของทุกปี

นอกจากนี้  ภายในวัดยังมี ธรรมาสน์ ศิลปะสกุลช่างน่าน ที่เก่าที่สุดเท่าที่พบมา  ลักษณะคล้ายบุษบก  ฐานเป็นปูนก่อติดกันพื้น ตัวธรรมาสน์เป็นไม้แกะสลัก  มีทรงลุ้ง  คือ ด้านบนผาย  ด้านล่างสอบเข้าเป็นแบบฝาตัด  ลงรักเขียนลายรดน้ำปิดทอง ใช้ใส่พระธรรมคัมภีร์  พร้อมทั้ง เครื่องสูงจำลอง  หรือเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เป็นเครื่องสักการะพระพุทธเจ้า  ทำจากไม้ เขียนลายรดน้ำ

หลังจาก อยู่ในวัดสักครู่ใหญ่ ก็ออกเดินทางไปวัดลำดับถัดไป ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก วัดพญาวัด สักเท่าใด คือ วัดศรีพันต้น จังหวัดน่าน ครับ

พิกัด GPS วัดพญาวัด :  18.770881, 100.763015


แผนที่ วัดพญาวัด



ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... น่าน อ.เมือง ไหว้พระ ๙ วัด ๒ วัดพระธาตุเขาน้อย

เที่ยวไหนดี? ...  น่าน อ.เมือง ไหว้พระ ๙ วัด   ๒ วัดพระธาตุเขาน้อย  😀  

หลังจากได้นมัสการวัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่  และ แวะรับประทานอาหารที่ สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน เรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังวัดแห่งที่ ๒  ตามเส้นทางที่ไม่ต้องขับวกไปวนมา ก็จะเป็นวัดพระธาตุเขาน้อย    ออกจากร้านอาหารวังปลาหน้าเขื่อน เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ (ถนนยันตรกิจโกศล)  ขับตามเส้นทางไป ๘.๔ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๕ ประมาณ ๒ กิโลเมตร (ผ่านสำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต ๗)  ก่อนถึงวัดพระธาตุเขาน้อย ทางขึ้นวัด จะชันเล็กน้อย (วัดอยู่บนเขา)

ป้ายวัดพระธาตุเขาน้อย

เมื่อจอดรถแล้ว ทางด้านซ้ายมือของวัด จะเป็นหอระฆังและ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าขณะทำการศึก สำหรับ วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๑๑  ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน บนยอดดอยเขาน้อย  ส่วนองค์พระธาตุเขาน้อย จะเห็นอยู่ทางด้านขวามือ องค์พระธาตุแห่งนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน อยู่ทิศด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๒๔๐ เมตร  ทางด้านหน้าวัด มีบันไดนาค ๓๐๓ ชั้น

หอระฆัง

 พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ตามประวัติพระธาตุนี้สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่านขณะนั้น  เมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ หลังจากนั้น เมื่อสิ้นรัชสมัยของพญาภูเข็ง ก็ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์ พระธาตุมาตลอด โดยเจ้าผู้ครองนครน่าน หลายพระองค์  ครั้นถึงรัชสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙-๒๔๕๔ ได้มีการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โดยช่างชาวพม่า ชื่อ หม่องยิง  และในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

องค์พระธาตุเขาน้อย
องค์พระธาตุ สร้างในรูปแบบศิลปะพม่าผสมล้านนา  องค์เจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากสักการะองค์พระธาตุ แล้ว ก็เดินไปยังพระอุโบสถ เข้าไปนมัสการพระประธานในโบสถ์  สำหรับโบสถ์สร้างขึ้นในรูปแบบศิลปะทางภาคเหนือ  องค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ตัวองค์สีขาววาว พระเกศาสีทอง จีวรสีทองประดับพลอย พระชงฆ์ (แข้ง) มีรอยแตกเห็นอิฐภายใน

โบสถ์

พระประธาน
ออกมาจากโบสถ์ทางด้านขวามือ เป็นลานที่เห็นเมืองน่าน ได้ทั้งเมือง ถือว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม  อาจจะเพราะวัดตั้งอยู่บนเขาสูง กลางลานปูนมีพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัวสูง ๙ เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก ๒๗ บาท  มีพระนามว่า พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน  สร้างเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๒ เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ รัชกาลที่ ๙  ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ  ในวันที่ไป บริเวณลานปูนกำลังมีการทำความสะอาดอยู่ทำให้ไม่สามารถไปถ่ายรูปด้านหน้าองค์พระ ได้

พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน

ที่วัดพระธาตุเขาน้อยจะมี "งานประเพณีแปดเป็ง นมัสการพระธาตุเขาน้อย" ในเทศกาลวิสาขบูชา วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖)  ของทุกปี โดยมีคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชนมาทำบุญตักบาตร  สรงน้ำพระธาตุ  ห่มผ้าห่มทิพย์ถวายองค์พระธาตุ  แห่ครัวทานขึ้นไปถวายวัด   และในตอนกลางคืนจะมีการเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา  มีการแข่งขันจุดบั้งไฟดอก การแข่งขันตีกลองแอว กลองปูจา สำหรับในเทศกาลออกพรรษาก็จะมีประเพณีตักตรบาตรเทโวโรหณะ ทุกปี    โดยจำลองภาพตักบาตร ตามแบบสมัยพุทธกาล

ออกจากลานไปทางด้านหลังองค์พระ มีศาลาเล็กๆ อยู่ มี พระเจ้าทันใจ ประดิษฐานอยู่  โดยส่วนใหญ่แล้วเท่าที่ผมไป หลายๆ ที่ในพื้นที่ทางภาคเหนือ ประชาชนจะศรัทธาในองค์พระเจ้าทันใจ หรือองค์หลวงพ่อทันใจ มาก ซึ่งจะมีปรากฎอยู่เกือบทุกวัด ครับ

พระเจ้าทันใจ

นั่งพัก ร่มๆ พอสมควรแก่เวลาก็ออกเดินทางไป ยังวัดที่ ๓ คือ วัดพญาวัด เมืองน่าน  ครับ

พิกัด GPS วัดพระธาตุเขาน้อย  :  18.769397, 100.750541

แผนที่ วัดพระธาตุเขาน้อย


สำหรับท่านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เริ่มจากรังสิต ผ่านปทุมธานี อยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นครสวรรค์ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข ๑) ระยะทาง ๑๙๙ กิโลเมตร ก่อนเข้าตัวเมือง จังหวัดนครสวรรค์ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ออกทางหลวงหมายเลข ๑๒๒ มุ่งหน้าไป ๒๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ ผ่านจังหวัดพิจิตร, เข้าสู่ จังหวัดพิษณุโลก แล้ว ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง จังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๖ (๒๒ กิโลเมตร) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข ๑๑  ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และเข้าสู่แพร่ (ระยะทางช่วงนี้ ๑๔๖ กิโลเมตร ผ่านเขตภูเขา)   แล้วเลี้ยวขวาที่แยกเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ขับต่อไปอีก ๑๓๙ กิโลเมตร เลี้ยวเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๕ ประมาณ ๒ กิโลเมตร (ผ่านสำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต ๗)  ก็ถึงวัดพระธาตุเขาน้อย


ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... น่าน สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน

เที่ยวไหนดี? ... น่าน สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน 😄


เวลาใกล้จะถึงมื้อกลางวัน ก็อยากจะแวะรับประทานอาหารใกล้ เมืองน่าน มากที่สุด หลังจากออกมาจาก วัดพระธาตุช่อแฮ จังหวัดแพร่  ขับตามเส้นทางไปสู่เมืองน่าน ระหว่างทาง ก็หาร้านอาหารตามเส้นทาง  จนมาถึงจุดก่อนจะเข้าเมืองน่าน และเวลาก็ล่วงเลยมาบ่ายกว่าๆ  จึงแวะเข้ามาที่สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน 

สำหรับเส้นทางเมื่อออกจากวัดพระธาตุช่อแฮ แล้วเลี้ยวซ้ายใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๒ ขับไป ๕.๗ กิโลเมตร จะพบจุดตัดที่เป็นสามแยกสนามบิน เลี้ยวขวา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ขับไปประมาณ ๑๐๙ กิโลเมตร เลี้ยวขวา เข้าสู่สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน  ที่จุดทางเลี้ยวเข้าร้านอาหาร จะมีป้ายบอก ครับ เลี้ยวไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ก็พบ สวนอาหาร 

สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน
ถึงอากาศจะร้อน แต่ภายในร้านก็ออกจะร่มขึ้นสักเล็กน้อย  บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบบ้านๆ  อาคารไม้ มีโต๊ะริมระเบียง เห็นแม่น้ำน่าน เข้ามาก็เลือกนั่งริมระเบียงเลย... 😄  มาถึงก็มีคนมาจับจองไว้ก่อนแล้วประมาณ ๓ โต๊ะ  ทุกโต๊ะ.. ใจเดียวกัน คือ นั่งริมน้ำ หมด แดด ช่วงบ่ายคล้อยไปทางด้านหน้าร้านทำให้ที่นั่งริมน้ำ ไม่ร้อนสักเท่าไร 

มุมถ่ายจากโต๊ะ ริมระเบียงน้ำ

บรรยากาศ ภายในร้าน มองจากริมระเบียงน้ำ
 เมื่อดูเมนู ก็สั่งอาหารมา ๔ อย่าง คือ ทอดมันปลา, ยำทะเลใส่เห็ด, ส้มตำไทยไม่ใส่ถั่วลิสง และ ต้มยำปลา  รอไม่นานนัก อาหารก็ทยอยมาเสริฟ์ถึงโต๊ะ  ผมก็รีบรับประทานอย่างรวดเร็ว ผลปรากฎว่า ลืมบันทึกภาพ เก็บไว้.. ก่อนที่จะหมดไป ก็เก็บรายละเอียดเล็กน้อยมาไว้ได้ ครับ

ทอดมันปลากราย

ยำทะเลใส่เห็ด

ส้มตำไทย ไม่ใส่ถั่วลิสง

สำหรับต้มยำปลาน้ำใส .... อันนี้หมดจริงๆ ครับ  ถ้าจะนำภาพมาลง 🤔🤔🤔 คงไม่เหมาะ  เพราะมันจะเห็นแต่หม้อไฟเปล่าๆ ...  จึงงดสำหรับรายการนี้   ถ้าถามถึงรสชาติของอาหารโดยรวม ก็ถือว่า โอเค ครับ แต่บางอย่างอาจจะเน้นเปรี้ยวไปนิด  ถ้า คนที่ชอบรสชาติเปรียวนำ  ก็คงจะบอกว่า .. อร่อย  ครับ

เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลาเดินทางต่อ เข้าสู่เมืองน่าน เวลาตอนนี้ ก็ล่วงเลยมาถึงประมาณ เกือบบ่ายสามโมง  ตามแผนตอนแรกก่อนออกเดินทาง ตั้งใจว่าวันแรกที่มาถึง น่าจะครบ ๙ วัด เลย  ดูตามสภาพการณ์แล้ว มันคงจะลำบากหน่อยแล้วละครับ  เริ่มมาได้วัดเดียวในวันนี้ อีก ๘ วัด ถ้าให้ครบ วัดสุดท้าย น่าจะเปิดช่วงกลางคืน ถึงจะครบ ในวันเดียว คงต้องลุ้นดู ครับ 😄  เอาเป็นว่าคงให้ได้มากที่สุด ละ ครับ

ก่อนออกเดินทางนำภาพบรรยากาศริมน้ำน่าน มาให้ชมกัน ครับ ที่โต๊ะริมระเบียง หรือ ริมน้ำ  ร้านนี้เปิด ๑๐ โมงเช้า ถึง ๓ ทุ่ม ครับ

บรรยากาศ ริมแม่น้ำน่าน

พิกัด GPS สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน :  18.696378, 100.749216

แผนที่สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน  


ขอบคุณ  ครับ 😄



สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... แพร่ ไหว้พระ ๙ วัด ๑ วัดพระธาตุช่อแฮ

เที่ยวไหนดี? ... แพร่  ไหว้พระ ๙ วัด  ๑ วัดพระธาตุช่อแฮ 😄

มีกำหนดการได้หยุดยาว หลายวัน นั่งคิด นอนคิดอยู่นาน นึกขึ้นมาได้ว่า น่าน เป็นจังหวัด ที่หลายคนพูดถึงว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ หลายท่านบอก หากมีโอกาส ช่วงวัยเกษียณ อยากไปใช้ชีวิต ที่นั่น  จึงกำหนดเป็นโครงการเล็กๆ  เดินทางจากกรุงเทพฯ ไป น่าน และคิดที่จะแวะ โน่น แวะนี่ นิดหน่อย จากเส้นทางที่ใข้เดินทาง ก็พบว่า ก่อนถึงจังหวัดน่าน จะผ่าน จังหวัดแพร่  มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ประจำจังหวัดแพร่ ที่ผู้คนมักไปกราบสักการะ คือ วัดพระธาตุช่อแฮ  นั่นทำให้เป็น landmark อีกแห่งที่ ผมอยากไป ครับ

เริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางในช่วงเย็น เป็นที่ เรียบร้อย และ รอเวลา ด้วยความถนัดส่วนตัว ในการเดินทางที่ชอบเดินทางกลางคืน เนื่องจาก อากาศเย็น ไม่ร้อนจากแดด และปริมาณรถในรถค่อนข้างน้อย เมื่อนาฬิกาบอกเวลา ประมาณ สี่ทุ่มกว่า ก็ออกเดินทาง  .....

เส้นทางการเดินทาง จากกรุงเทพฯ จากรังสิต ผ่านปทุมธานี อยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นครสวรรค์ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข ๑) ระยะทาง ๑๙๙ กิโลเมตร ก่อนเข้าตัวเมือง จังหวัดนครสวรรค์ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ออกทางหลวงหมายเลข ๑๒๒ มุ่งหน้าไป ๒๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ ผ่านจังหวัดพิจิตร, เข้าสู่ จังหวัดพิษณุโลก แล้ว ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง จังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๖ (๒๒ กิโลเมตร) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข ๑๑  ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และเข้าสู่แพร่ (ระยะทางช่วงนี้ ๑๔๖ กิโลเมตร ผ่านเขตภูเขา)   แล้วเลี้ยวขวาที่แยกเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ขับต่อไปอีก ๒๒ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๒ เข้าไป ประมาณ ๖ กิโลเมตร จะพบ วัดพระธาตุช่อแฮ ทางด้านซ้ายมือ  ถึงวัดประมาณ ๘ โมงเช้ากว่าๆ หน่อย  เมื่อจอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาขึ้นบันไดสู่พระธาตุช่อแฮ  ขึ้นมาจะเห็นองค์พระธาตุ อยู่ทางด้านซ้ายมือ

บันไดทางขึ้นพระธาตุช่อแฮ

วัดพระธาตุช่อแฮ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ ถนนช่อแฮ ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ บนเนื้อที่ ๑๗๕ ไร่  เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ  เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่  และมีเจดีย์พระธาตุประจำปีเกิด ของผู้ที่เกิดปีขาล  (ปีนักษัตรเสือ)  วัดพระธาตุช่อแฮ  เป็นวัดที่ตั้งอยู่ เนินเขา องค์พระธาตุช่อแฮ เป็น เจดีย์ศิลปะที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบเจดีย์หลวง เมืองเชียงแสน เป็นแบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุสูง ๓๓ เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๑๑  เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม ๑ ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม ๓ ชั้นรองรับ ถัดไปเป็นฐานบัวคว่ำและชุดท้องไม้แปดเหลี่ยม ซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป ๗ ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง ๑ ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้น จนถึงองค์ระฆังแปดเหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉน ส่วนยอดฉัตรประดับตกแต่งด้วยเครื่องบนแบบล้านนา มีรั้วเหล็กรอบองค์พระธาตุ ๔ ทิศ มีประตูเข้าออก ๔ ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม

ซุ้มช่อแฮศรีเมือง (ซุ้มศิลปะแบบล้านนา - ซุ้มทางเข้า)

ตำนานพระธาตุช่อแฮ มีประวัติความเป็นมา หลากหลายตำนาน 


จากพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย กล่าวไว้ว่า วัดพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๘๗๙ -๑๘๘๑ ในรัชสมัยที่พระมหาธรรมราชา (ลิไท) ซึ่งขณะนั้นยังคงยศเป็นพระมหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ในคราวนั้น พระองค์โปรดให้สร้างสถานที่สำคัญทางศาสนาตามที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่าง ๆ รวมถึงเมืองแพร่ซึ่งอยู่ในขอบขัณฑสีมาของกรุงสุโขทัย

พระมหาธรรมราชาลิไทพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุแก่ขุนลัวะอ้ายก้อมให้นำมาบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ เมื่อขุนลัวะอ้ายก้อมมาถึงบริเวณดอยโกสิยธชัคคะ  เห็นว่าทำเลดีจึงสร้างเจดีย์ขึ้น และนำผอบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในสิงห์ทองคำ สร้างแท่นที่ตั้งผอบด้วยเงินและทอง แล้วตั้งสิงห์ทองคำไว้โดยโบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็จัดงานบำเพ็ญกุศลสมโภช  ภายหลังเมืองแพร่ถูกรวมเข้ากับอาณาจักรล้านนาไทย   กษัตริย์ล้านนาทรงทะนุบำรุงพระธาตุช่อแฮ เรื่อยมา จนกระทั่งสิ้นราชวงศ์  พระธาตุช่อแฮก็ทรุดโทรมเป็นอันมากจนล่วงมาถึง พ.ศ. ๒๔๖๗ ครูบาศรีวิชัย (หรือตุ๊เจ้าวัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน) ได้เป็นประธานบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ และมีพระมหาเมธังกร (พรหม พรหมเทโว) อดีตเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการบูรณปฏิสังขรณ์ จนทำให้พระธาตุช่อแฮกลับมามีความงดงาม อีกครั้ง

เจดีย์พระธาตุช่อแฮ

และอีก ตำนานหนึ่ง คือ กล่าวถึงพระพุทธเจ้าว่าได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมืองแพร่) ประทับ ณ ดอยโกสัยธชัคคะบรรพต ขณะนั้นมีหัวหน้าชาวลั๊วะนามว่าขุนลั๊วะอ้ายค้อม (อ่านว่า "ก้อม" ) ได้มากราบไหว้พระพุทธเจ้าที่บนดอยนี้ พระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ขุนลั๊วะอ้ายค้อมเห็น เนื่องจากสถานที่นี้เป็นที่ร่มรื่น เหมาะสมที่จะตั้งเป็นสถานที่ไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ได้ประทานพระบรมสารีริกธาตุที่ระลึก

โดยเอาเส้นพระเกศาเส้นหนึ่งให้แก่ขุนลัวะอ้ายก้อมไว้ มีรับสั่งให้เอาเส้นพระเกศานี้ไปไว้ในถ้ำที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ พระองค์มีรับสั่งอีกว่าเมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ให้เอาพระบรมสารีริกธาตุพระศอกข้างซ้ายมาบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้ และต่อไปภายหน้าจะได้ชื่อว่าเมืองแพร่ โดยเป็นเมืองใหญ่ซึ่งพระองค์เคยเสด็จประทับนั่ง ณ ใต้ต้นหมากนี้ เมื่อทรงทำนายแล้วก็เสด็จจาริกไปยังเมืองต่าง ๆ ที่ทรงเห็นว่าควรจะเป็นที่ตั้งพระธาตุได้ จากนั้นจึงเสด็จกลับไปยังพระเชตวันอารามและหลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ล่วงเลยไป ๒๑๘ ปี ตรงกับสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าอโศกมหาราชและพระอรหันต์ทั้งปวงได้ร่วมกันอธิษฐานว่าเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น เคยเสด็จไปยังถิ่นฐานบ้านเมืองหลายแห่ง แล้วทรงหมายสถานที่ที่ควรจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้

จึงขออัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ได้บรรจุในโกศที่เตรียมไว้นั้นไปสถิตอยู่ในสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงหมายไว้นั้นเถิด เมื่ออธิษฐานแล้วพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายก็เสด็จออกจากโกศโดยทางอากาศไปตั้งอยู่ที่แห่งนั้น ๆ ทุกแห่ง ส่วนพระบรมสารีริกธาตุเหลืออยู่ พระอรหันต์ทั้งปวงก็อัญเชิญไปบรรจุในพระเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์นั้น แล้วประกาศแก่เทวดาทั้งหลายให้พิทักษ์รักษาตลอดไป จนกว่าจะหมดอายุแห่พระพุทธศาสนา ๕,๐๐๐ พระวัสสา

องค์พระธาตุช่อแฮ (อีกมุมมอง)

กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระธาตุช่อแฮ เป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ และได้ประกาศเป็นโบราณสถาน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓  ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุ ในวันขึ้น ๙ ค่ำ - ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ (ประมาณเดือนมีนาคม) ของทุกปี

สำหรับชื่อพระธาตุช่อแฮนั้น ไม่มีสามารถระบุแน่ชัดถึงที่มาได้ บางตำนาน เล่าว่าได้มาจากชื่อผ้าแพรชั้นดีซึ่งทอจากสิบสองปันนาที่ชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ  บางตำนาน ก็ว่ามาจากผ้าแพรที่ขุนลัวะอ้ายก๊อมนำมาถวาย

พระธาตุช่อแฮ
สำหรับผู้ที่เกิดปีปีขาล ตามความเชื่อ หากจะเสริมดวงชะตา หรือเสริมบารมี ให้นำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้ การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม ๓ จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ ๕ จบ พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น


คำไหว้องค์พระธาตุช่อแฮ

บทสวด

โกเสยยะ ธะชัคคะปัพพะเต สัตตะมะโนรัมเม พุทธะเกสาธาตุ ปะติฏฐิตา อะหัง วันทามิ สัมพะทา อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส

คำแปล

ข้าพเจ้าขอไหว้พระเกศาธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งประดิษฐานอยู่บนธชัคคบรรพตแห่งเมืองโกศัย อันเป็นที่รื่นรมย์ใจ ของชนทั้งหลาย โดยประการทั้งปวง ในกาลทุกเมื่อแลฯ

หลวงพ่อทันใจ

ทางเข้านมัสการพระเจ้าทันใจ

ทางเข้าสักการะหลวงพ่อทันใจ

หลังจากสักการะองค์พระธาตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปกราบหลวงพ่อทันใจ ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น สำหรับ พระเจ้าทันใจหรือหลวงพ่อทันใจ ที่เห็นในปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหม่ที่สร้างขี้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๕  ผู้สร้างคือ ชาวไทใหญ่ (เงี้ยว) สร้างพระพุทธรูปองค์นี้แทนพระพุทธรูปองค์เดิมที่หล่อด้วยจืน (ตะกั่ว) ที่ถูกลักไป สำหรับองค์พระเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิปูนปั้น ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว สูงประมาณ ๒ ศอก (กว้าง ๘๐ เซนติเมตร สูง ๑๒๐ เซนติเมตร)  ชาวเหนือจะเรียก พระเจ้าทันใจหรือหลวงพ่อทันใจ ด้วยภาษาถิ่่นว่า พระเจ้าตันใจ๋  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้นิยมมากราบไหว้ โดยเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใครมาขอพรแล้ว จะได้สิ่งนั้นอย่างสมประสงค์   พื้นที่ภายในสามารถรองรับบุคคลได้ประมาณ ๒-๔ คน  หากคนตัวใหญ่ ก็น่าจะได้ประมาณ ๒ ท่าน ดังนั้น จึงต้องเข้าคิว เพื่อเข้าไปสักการะ
หลวงพ่อทันใจ (วัดพระธาตุช่อแฮ)
คำไหว้หลวงพ่อทันใจหรือพระเจ้าทันใจ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (ว่า ๓ จบ)
นะโม นะมะ สะขัง โกธะมัง ใจจะคุ (ว่า ๓ จบ)

รอบระเบียงข้างองค์พระธาตุ ยังมีพระพุทธรูปหลายองค์ เช่น พระเจ้าไม้สัก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน ประดิษฐานในศาลาบาตร ลานพระธาตุช่อแฮ สร้างจากต้นไม้สักทอง หน้าตักกว้าง ๘๒.๕ ซม. สูง ๒๑๗.๕ ซม. และ พระประจำวันต่างๆ

พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์, จันทร์, อังคาร, พุธ (กลางวัน), พุธ (กลางคืน), พฤหัสบดี, ศุกร์ และ เสาร์

เวียนรอบองค์พระธาตุ ครบ ๓ รอบแล้ว ก็เดินมาที่โบสถ์ เข้าไปกราบ หลวงพ่อช่อแฮ ซึ่งเป็นพระประธานปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน ตั้งประดิษฐานบนฐานชุกชี มีลายปูนปั้นบัวคว่ำบัวหงาย สันนิษฐานว่า สร้างขึ้น ในราวปี พ.ศ. ๑๖๐๐   เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง มีซุ้มเรือนแก้วและสลักด้วยไม้สัก ลงรักปิดทอง พระอุนาโลมประดับเพชรที่พระนลาฏ (หน้าผาก) หน้าตักกว้าง ๓.๘๐ เมตร สูง ๔.๕๐ เมตร

หลวงพ่อช่อแฮ
ลงจากพระธาตุ แวะซื้อของที่ระลึก ในบริเวณวัดเล็กน้อย เวลาก็ล่วงเลย มาเกือบสิบเอ็ดโมงเช้า  ต้องเดินทางต่อเข้าสู่ จังหวัดน่าน  ครับ

พิกัด GPS วัดพระธาตุช่อแฮ :  18.086278, 100.204342

แผนที่วัดพระธาตุช่อแฮ


ไหว้พระ ๙ วัด
๑. วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่
๒. วัดพระธาตุเขาน้อย จ.น่าน
๓. วัดพญาวัด จ.น่าน
๔. วัดศรีพันต้น จ.น่าน
๕. วัดมิ่งเมือง จ.น่าน
๖. วัดภูมินทร์ จ.น่าน
๗. วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จ.น่าน
๘. วัดพระธาตุเชียงของ จ.น่าน
๙. วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน


ขอบคุณ  ครับ 😄



สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัด แพร่  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม บ้านแพ้ว ศาลเจ้าพ่อสำเร็จ โรงเจไท้เอ็กตั๊ว

เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม บ้านแพ้ว ศาลเจ้าพ่อสำเร็จ โรงเจไท้เอ็กตั๊ว 😄

หลังจาก แวะสักการะ วัดดอนมะโนรา และพักที่บ้านสายน้ำ รีสอร์ท เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงวันอาทิตย์ที่ต้องกลับมากรุงเทพฯ  เพื่อเตรียมตัวสำหรับวันจันทร์ 😐   เส้นทางกลับก็ยังคงตั้งใจจะไปทำบุญอีกสักวัดหนึ่ง คือ วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร แต่สังเกตุเห็นป้ายแนะนำทางเป็นระยะๆ  ถึงการขอพรหลวงพ่อสำเร็จ จึงเกิดความสนใจ และบังเอิญที่อยู่ในระหว่างเส้นทางพอดี  ศาลเจ้าพ่อสำเร็จ โรงเจไท้เอ็กตั๊ว คลองดำเนินสะดวก ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๒ ต.หนองสองห้อง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร

สำหรับการเดินทางจาก ที่พัก บ้านสายน้ำ รีสอร์ท ก็ตรงไปตามเส้นทาง ออกทางด้านวัดพิทักษ์เทพาวาส (ระยะทางประมาณ ๘๔๐ เมตร) เลี้ยวขวาไป ๑.๔ กิโลเมตร พบสี่แยกเลี้ยวซ้าย ไป ๘๐๐ เมตร พบทางแยก เบี่ยงออกซ้าย มุ่งหน้าไป ๑.๔ กิโลเมตร สุดทางเป็นสามแยก เลี้ยวขวา ไป ๖.๖ กิโลเมตร ผ่านสถานีตำรวจภูธร หลักห้า ชิดซ้าย สุดทางเป็นสามแยก เลี้ยวซ้าย ไป ๒๖๐ เมตร เจอสามแยกเป็นสะพานข้ามคลองอ้อมใหญ่ เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๕๐๕๒ ไป ๖๐๐ เมตร เลี้ยวซ้าย ๔๐๐ เมตร ผ่านสะพานข้ามคลองดำเนินสะดวก  สุดทางเลี้ยวขวา ขับตามเส้นทางไป ๑.๗ กิโลเมตร จะพบปากทางเข้า โรงเจ อยู่ทางขวามือ มีป้ายภาพวาด แบบจีน อยู่แนวขอบถนน เลี้ยวขวาเข้าไป ๒๐๐ เมตร ก็จะพบศาลเจ้ากวนอู

ศาลเจ้าพ่อ กวนอู สูง ๙ เมตร 


กรณีที่มาจากกรุงเทพฯ  ใช้เส้นทางถนนพระราม ๒ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) สังเกตุป้ายไปทาง อำเภอบ้านแพ้ว  เลี้ยวซ้ายออก ผ่านโรงเรียนสารสาสน์วิเทศพระราม๒  กลับรถใต้สะพานข้ามคลองตาขำ ไป ๙๐๐ เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๗ ขับไป ๑๑.๘ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าซอยข้างโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ไป ๕๕๐ เมตร แล้วเลี้ยวขวา ๔๐๐ เมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ขับตามเส้นทาง ไป ๕.๕ กิโลเมตร จะพบ โรงเจอยู่ทางด้านซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าไป ๒๐๐ เมตร ก็จะพบศาลเจ้ากวนอู

หลังจากจอดรถแล้ว ก็จะพบโรงเจ สองชั้น  ชั้นบนมีองค์หลวงพ่อกวนอูยืนสง่า อยู่ ซ้ายมือด้านหน้าชั้นบนขององค์เจ้าพ่อกวนอูเป็นเสามังกร อยู่และเป็น ที่ไหว้เทพเจ้าฟ้าดิน  สำหรับทางด้านขวามือชั้นบนด้านหน้าขององค์เจ้าพ่อกวนอูเป็นเจ้าแม่กวนอิม  เมื่อมาถึง ก่อนขึ้นไปสักการะ ข้างบน ทางด้านล่างมีเต้นท์สำหรับผู้ที่มาสักการะและทำบุญ  โดยมีเบาะสำหรับคุกเข่า และไหว้เแบบจีน หลังจากสักการะเสร็จ ผู้คนนิยมผูกผ้าสี กับง้าวที่ตั้งอยู่ด้านข้าง สื่อถึงการทำสิ่งใดๆ ขอให้สำเร็จ

เจ้าพ่อกวนอู สูง ๙ เมตร 
ที่โรงเจไท้เอ็กตั๊ว มีพิธีบวงสรวง อัญเชิญองค์เจ้าพ่อกวนอู องค์ใหญ่สูง ๙ เมตร ขึ้นประดิษฐาน บนหลังคาโรงเจ  เมื่อสักการะด้านล่างเสร็จ ก็เดินขึ้นไปชั้นบน ความร้อนพอประมาณ กับการเดินไม่ใส่รองเท่้า ทำให้เดินได้เร็วกว่าที่คิด ไว้  ด้านบนเป็นห้องโถงโล่ง ตรงกลางเป็นองค์รูปหล่อเจ้าพ่อสำเร็จ ส่วนทางด้านขวามือขององค์เจ้าพ่อสำเร็จ เป็นพระพุทธรูป และพระเถราจารย์ต่างๆ เช่น หลวงปู่ทวด, หลวงพ่อโต (พรหมรังสี) และอื่นๆ    ส่วนทางด้านซ้ายมือขององค์เจ้าพ่อสำเร็จจะเป็น เทพกวนอู, พระพิฆเนศ และทวยเทพต่างๆ


เจ้าพ่อสำเร็จ

ภาพห้องโถง ถ่ายจากด้านหน้า

ห้องโถง
เกือบทุกคนที่มาที่นี่ ก็จะมาขอพรจากเจ้าพ่อสำเร็จ โดยทางโรงเจไท้เอ็กตั๊ว ได้มีชั้นสำหรับยืนเป็นลักษณะบันได ให้ โดยผู้ที่เข้ามาขอพร จากเจ้าพ่อสำเร็จ ก็จะพนมมือ กล่าว นะโม ๓ จบ จากนั้น ก็จะก้ม หรือขยับตัวเข้าชิดกับนิ้วของ องค์เจ้าพ่อ  หลังจากอธิษฐานเสร็จ ก็จะขยับตัวออก พร้อมกับกล่าวคำว่า สาธุ  เป็นอันเสร็จกระบวนการ ครับ  ทุกคนที่มาขอพร จากเจ้าพ่อสำเร็จ จะได้รับการเจิมจากองค์เจ้าพ่อด้วย ครับ

องค์เจ้าพ่อสำเร็จ

องค์เจ้าพ่อสำเร็จ (ดั้งเดิม)

นั่นเป็นเพราะ หลังจากแต่ละท่านลงไป ทางเจ้าหน้าที่วัด ที่คอยช่วยแนะนำ จะทำหน้าที่ใช้ พู่กัน แต้มดินสอพองสีขาว ที่ละลายน้ำเตรียมไว้ ไปทาที่นิ้วขององค์ท่าน เมื่อผู้ใดที่ทำการขอพรให้สิ่งที่ตนเองคาดหวังให้บรรลุเป้าหมาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็จะมีรอยเจิมที่หน้าผากทุกคนครับ   ขากลับก็ไหว้ เจ้าแม่กวนอิมทางด้านขวามือทางด้านหน้า  (ขององค์กวนอู)  ครับ

เจ้าแม่กวนอิม

ทุกๆ ปี จะมีช่วงที่มีการถือศีล กินเจ ของชาวจีน  ทางโรงเจแห่งนี้ ก็มีการจัดงานเป็นประจำทุกปี ตามปฎิทินจีน ในช่วงเทศกาลกินเจ สำหรับที่โรงเจแห่งนี้ ยังมีการจัดงานในช่วงเทศกาลลอยกระทง อีกด้วย

พิกัด GPS :   13.568447, 100.058682

แผนที่




ขอบคุณ ครับ  😄


สำหรับท่านที่สนใจหาที่พักในจังหวัดสมุทรสงคราม  สามารถ กดที่ลิงค์นี่ หรือ กดที่ลิงค์นี่ ก็ได้ ครับ


เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม วัดดอนมะโนรา

เที่ยวไหนดี? ... สมุทรสงคราม วัดดอนมะโนรา 😄

ตื่นขึ้นมา ในยามเช้าวันเสาร์  ด้วยความรู้สึกอยากผ่อนคลายในช่วงหยุดสุดสัปดาห์ จึงลองหาสถานที่ต่างๆ  และแล้วก็นึกถึง ราชบุรี  สถานที่ที่เคยไปพักผ่อน ตั้งอยู่ริมคลองเล็กๆ  บรรยากาศเงียบสงบ ผ่อนคลาย เจ้าของอัธยาศัยดี  จึงรีบเก็บกระเป๋า และรีบออกเดินทาง จุดหมายอยู่ที่ บ้านสายน้ำรีสอร์ท ราชบุรี  แถวคลองดำเนินสะดวก

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มที่ ถนนพระราม ๒ (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) มุ่งหน้าไป ราชบุรี/นครปฐม (ระยะทาง จากจุดเริ่มต้น ๔๔ กิโลเมตร)  เมื่อผ่านสะพานข้ามคลองสุนัขหอน ให้เลี้ยวซ้าย เพื่อไปลอดใต้สะพาน และเมื่อออกจากสะพาน ก็เลี้ยวซ้าย เพื่อใช้เส้นทางย้อนกลับ (เหมือนกลับกรุงเทพฯ) หลังจากที่เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๕ หรือถนนพระรามที่ ๒ แล้ว  ให้ขับตรงไป ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย ตรงสถานีไฟฟ้าย่อยแล้วเบี่ยงขวา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๖  ตรงไป ๑.๓ กิโลเมตร,  เลี้ยวซ้าย มุ่งไป ๑๐.๒ กิโลเมตร ขับตามเส้นทางจะเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๑  อีก ๑.๘ กิโลเมตร (รวมระยะทางเส้นตรงหลังจากเลี้ยวซ้าย ๑๒ กิโลเมตร) แล้วเลี้ยวขวา ที่สะพานข้ามคลองคันพนัง ขับตามเส้นทาง ๑.๒ กิโลเมตร, เลี้ยวซ้าย ๒.๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้าย  ๗๐๐ เมตร (จะผ่านสะพานข้ามคลองมะโนรา) พบสามแยก ด้านขวามือ จะเป็นวัดดอนมะโนรา

ป้ายวัดดอนมะโนรา
วัดดอนมะโนรา ตั้งอยู่ที่บ้านคลองมะโนรา หมู่ที่ ๕ ตำบลดอนมะโนรา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม  วัดดอนมะโนราถูกสร้างขึ้น ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของสวนมะพร้าว และผลไม้นานาพรรณ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของถิ่นนี้   โดยเริ่มจาก นายปาน กุ่นศรี และ นายบ๊วย ได้อุทิศที่ดินเพื่อสร้างวัด ส่วนนายตุ๊ แซ่ตั๋น ได้จัดการสร้างวัด พ.ศ. ๒๔๑๙ เริ่มสร้างกุฏิสงฆ์ มีการขออนุญาตตั้งวัดหลังจากนั้น ๑๔ ปี คือในปี พ.ศ. ๒๔๓๓  และวัดดอนมะโนราได้รับวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑

เมื่อเข้ามาในวัด ประมาณเกือบ ๒๐๐ เมตร จะเห็นมีโบสถ์ ทางด้านซ้ายมือ จะแวะเข้าไปจอดรถ ซึ่งเห็นว่าวันนี้ ประตูโบสถ์ เปิดอยู่ จึงเข้าไปสักการะ พระประธาน ในโบสถ์

พระประธานในอุโบสถหลังใหม่ พระนามว่า “หลวงพ่อสัมฤทธิ์” อาราธนามาจากกรุงเทพมหานคร เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยศรีวิชัย หล่อด้วยโลหะเนื้อสัมฤทธิ์  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนในถิ่นนี้ ตั้งแต่นำมาประดิษฐานจนทุกวันนี้ ประชาชนทั่วไปจะนิยมเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อโต”

ทางเข้าโบสถ์หลังใหม่
ทางเข้าด้านหน้าโบสถ์
เมื่อเข้าไปด้านในโบสถ์ จึงทราบว่าเป็นโบสถ์ใหม่ที่ยังไม่สร้างไม่แล้วเสร็จ หลังจากกราบสักการะเป็นที่เรียบร้อย ก็ดูๆ รอบๆ เห็นช่างกำลัง สร้างสรรผลงานจิตรกรรมฝาผนังอยู่ จึงนั่งชมอยู่สักพักใหญ่ จิตรกรรมฝาผนังที่เสร็จแล้วจะมีอยู่ สองด้าน คือ ทางด้านองค์พระประธาน และด้านหน้าองค์พระประธาน (ก่อนออกจากโบสถ์ จะเห็นครับ)  เห็นเส้นบางๆ ขาวๆ  ที่ร่างไว้ เพื่อจะลงสี หากดูคร่าวๆ  และลองจินตนาการ ก็จะนึกออกว่าภาพเต็มๆ น่าจะเป็นในรูปแบบใด ครับ

หลวงพ่อโต

ด้านขวา ขององค์พระประธาน

ช่างจิตรกกรรม กำลังลงสี  จุดนี้ใกล้กับทางออก

จิตรกรรมฝาผนัง พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ (อยู่ที่เหนือประตูทางออก-ทางเข้า)


พระพทธรูปใหญ่ กลางแจ้ง ตั้งอยู่ด้านหน้า เยื้องกับโบสถ์  มีผู้คนมากราบสักการะอยู่

พระพุทธรูปกลางแจ้ง
ทาง วัดดอนมะโนรา ก็มีประตูทรงไทย (เหมือนเป็นประตูบ้าน)  ตั้งไว้กลางแจ้ง ใต้ร่มเงาไม้  ไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยว สามารถถ่ายรูป เป็นที่ระลึกได้  เป็นบรรยากาศแบบไทยๆ

ประตูไม้ทรงไทย
ทั้งนี้ ยังมีตลาดน้ำดอนมะโนรา  เป็นตลาดน้ำที่มีความเป็นธรรมชาติตามวิถีชีวิตแบบชาวบ้าน ซึ่งจะนัดหมายกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้าวของหรือค้าขายสินค้ากันในวันข้างขึ้น และข้างแรม ๒ ค่ำ ๗ ค่ำ และ ๑๒ ค่ำ ได้ถือปฏิบัติกันเรื่อยมาตั้งแต่สมัยโบราณ สิ่งที่น่าประทับใจคือภาพของเหล่าแม่ค้าที่พายเรือมารวมอยู่ด้วยกันเป็น จำนวนมาก จนแน่นเต็มคลองดอนมะโนรา และยังคงสภาพวิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติแบบนั้นไว้

หากใครต้องการเยี่ยมชมตลาดน้ำโบราณแห่งนี้ ต้องมากันแต่เช้าตรู่ เพราะที่นี่เปิดขายกันตั้งแต่ หกโมงเช้า และตลาดจะวายประมาณแปดโมงครึ่ง ถ้าหากมาสายจากเวลานี้ แล้ว จะเห็นแต่ภาพลำคลองที่ว่างเปล่า เพราะบรรดาเรือแม่ค้าจะทยอยพากันพายไปขายของต่อที่คลาดท่าอื่น ๆ ต่อไป
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อบต.ดอนมะโนรา 034-769-406

เมื่อออกจากวัด ก็ต้องเดินทางต่อไปที่พัก บ้านสายน้ำรีสอร์ท กัน สำหรับเส้นทาง ก็คือ ออกจากวัดเลี้ยวขวาไป ๗๐๐ เมตร เมื่อถึงทางแยก เลี้ยวขวาไปอีก ๑.๔ กิโลเมตร (ผ่านที่ทำการผู้ใหญ่หมู่ ๕)  เมื่อพบสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปอีก ๑.๔ กิโลเมตร  จะพบวัดพิทักษ์เทพาวาส แล้วเบี่ยงซ้ายเข้าซอย ตรงไปอีก ๘๕๐ เมตรจะ พบ บ้านสายน้ำรีสอร์ท ครับ


ขอบคุณ ครับ 😄

พรุ่งนี้ ขากลับ กรุงเทพฯ แวะ ขอพร จากองค์เจ้าพ่อสำเร็จ  ครับ

สำหรับ ท่านที่สนใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ จองห้องพัก กดลิงค์ ที่นี่ ได้เลยครับ