เที่ยวไหนดี? ... เพชรบูรณ์ เขาค้อ แคมป์สน ฤดูหนาว ธันวาคม วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เที่ยวไหนดี? ... เพชรบูรณ์ เขาค้อ แคมป์สน ฤดูหนาว ธันวาคม วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว 😀

ปลายเดือนธันวาคม ปี ๕๙  ฤดูหนาวที่กรุงเทพฯ มีความเย็นบ้างเล็กน้อย สลับกับความร้อนที่เป็นปกติ  โครงการท่องเที่ยวการชมทะเลหมอกก็เริ่มขึ้นภายในใจ  จากกลางเดือนธันวาคม ที่ได้ไป น่าน ดอยเสมอดาว  ผ่าน พิษณุโลก เพื่อกลับมาพัก  ใกล้สิ้นปีแล้ว ไปไหนดี? .....  คิดเรื่อยๆ ก็มาพบกับคำตอบ ว่า  เขาค้อในช่วงใกล้ปีใหม่ น่าจะดี  แล้วจุดหมายแรกในบริเวณเขาค้อ ที่จะไปที่แรก คือ วัดพระธาตุผ่าซ่อนแก้ว

ที่จอดรถ
ล้อหมุนในเช้าวันกลางสัปดาห์สุดท้ายของปี ออกจากกรุงเทพฯ เริ่มจากรังสิต ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข ๑) ไป ๗๒.๕ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรี ทางหลวงหมายเลข ๓๖๒ ขับไป ๙ กิโลเมตร จะบรรจบกับถนนพหลโยธิน เหมือนเดิม  ขับต่อไปอีก
๑๑.๔ กิโลเมตร เบี่ยงขวา  เข้าสู่ถนนถนน สระบุรี-หล่มสัก  (ทางหลวงหมายเบข ๒๑) อีก ๒๖๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองหล่มสัก ซึ่งเป็นหมายเลขทางหลวงเดิม ขับไป ๔.๓ กิโลเมตร พบสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๒  ขับต่อเนื่องไป ๑๘ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่เส้นทางขึ้นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต
ออกเดินทางสายหน่อย ทำใหมาถึงในช่วงยามเย็น  ทางวัดปิด ๑๗:๐๐ น.  จึงต้องเร่งทำเวลาสักหน่อย วัดพระธาคุผาซ่อนแก้ว  ในพื้นที่บริเวณนี้ มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านในพื้นที่ ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำแห่งนั้น  ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และถือว่าเป็นสถานที่มงคล จึงเรียกตาม ๆ กันว่า “ผาซ่อนแก้ว”

มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการก่อตั้ง "พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ณ ที่แห่งนี้ และได้รับการอนุมัติจัดตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓  ในนามว่า “วัดพระธาตุผาแก้ว”   ต่อมาได้มีการเปลี่ยนเป็น  “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” ในวันที่  ๓๐  พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖  เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อของบริเวณสถานที่ตั้ง  คือ “ผาซ่อนแก้ว”  แรกเริ่ม คุณภาวิณี และ คุณอุไร โชติกูล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวาย จำนวน ๒๕ ไร่ จนมีผู้ร่วมถวายปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มเติม ปัจจุบัน ที่ดินวัดมีทั้งสิ้น รวม ๙๑ ไร่ เป็น เสนาสนะ กุฏิที่พักสงฆ์ อาคารปฎิบัติและบรรยายธรรม รวมถึงอาคารที่พักผู้ปฏิบัติธรรมเพื่อรองรับคณะผู้มีจิตศรัทธาจากทุกแห่งหน
ด้านบนองค์เจดีย์
เดินจากสถานที่จอดรถมุ่งเข้าสู่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ทางด้านซ้ายมือเป็น เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต  และทางขวามือเป็น มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์   โดยองค์เจดีย์นี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙  ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเพื่อสืบพระศาสนาให้ดำรงอยู่ต่อไป ตราบชั่วลูกชั่วหลาน  ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาธรรม

ลวดลายผนังรอบองค์พระเจดีย์
ด้านบนสุดของยอดองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก และ บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

ผลงานศิลปะ ที่เกิดจากความหลากหลายของวัสคุชิ้นงานมารวมกันไว้
เมื่อเดินเข้ามาภายในองค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต ชั้นล่างจะมีพระพุทธรูปและบทสวดบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งนักท่องเที่ยว สามารถเข้ามาสักการะได้ โดยไม่มีการจุดธูปและเทียน  รอบๆ ผนังด้านนอกขององค์เจดีย์ ประดับด้วยเครื่องเบญจรงค์ และกระเบื้องสี หลากหลายรูปแบบ โดยติดอยู่ที่ผนังตลอดทั่วทั้งองค์เจดีย์  จากความแตกต่างของลวดลายแต่ละชิ้นที่ประดับติดไว้ ก็ทำให้เกิดผลงานศิลปะที่งดงาม

พระพุทธรูป ชั้นล่างของ องค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต 
เดินขึ้นสู่ชั้นสอง เป็นห้องสำหรับเข้าสักการะองค์พระพุทธรูป เวลาผ่านไปพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ก็ขึ้นถึงชั้นบนสุด  ได้เก็บบรรยากาศช่วงอาทิตย์อัสดง  ในดินแดนธรรม   วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ที่ ๙๕ หมู่ ๗ บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา อุณหภูมิในช่วงเย็นของวันในเดือนธันวาคม ก็ประมาณ ๒๐ กว่าองศา  กำหนดแน่นอน คงไม่ได้เพราะไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ติดมา 😄

พระพุทธรูป ชั้นสอง บนองค์เจดีย์ฯ
ทัศนียภาพ อาทิตย์เริ่มอัสดง ที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
ก่อนที่แสงจะลับขอบฟ้าหมดไป ก็ได้เก็บภาพต่างๆ จนกระทั่งมืด  ผู้คนยังคงมาอยู่เรื่อยๆ แต่คนที่เข้ามาน้อยกว่า คนที่จะเดินทางกลับ
ยอดองค์เจดีย์ฯ
แสงอาทิตย์ เริ่มลับขอบฟ้า
ทางวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว มีหลักสูตรการปฏิบัติธรรม สำหรับผู้ที่สนใจ  ซึ่งมีคอร์สที่อบรม สำหรับการปฎิบัติธรรมขั้นต้น คือ อยู่กับรู้ จะเน้นการเรียนรู้ในการเจริญสติ สมาธิ และปัญญา เพื่อนำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน    หากผ่านหลักสูตรนี้แล้วก็ สามารถสมัครหลักสูตร ต่อไป คือ วิเวก  และ หลักสูตร ชื่อ ตัดภพตัดชาติ ในลำดับถัดมา    บริเวณภายในวัด เป็นสถานที่สงบ และอยู่ท่ามกลางขุนเขา ทำให้อากาศบริเวณแห่งนี้  ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อน ก็จะไม่ร้อนมาก สำหรับฤดูหนาว ก็จะเย็นสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบอากาศเย็น

ด้านบน บริเวณโดยรอบองค์เจดีย์ฯ
หลักคำสอนของการปฏิบัติธรรม ของทางวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จะเน้น สติปัฏฐาน ๔ เป็นหัวใจและวัตถุประสงค์หลัก  ซึ่ง สติปัฎฐาน ๔  จะเป็นในเรื่องของการมีสติระลึกรู้ ได้แก่ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นการมีสติระลึกรู้โดย กายเป็นฐาน,  เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็น การมีสติระลึกรู้เวทนาเป็นฐาน,
จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็น การมีสติระลึกรู้จิตเป็นฐาน, ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นการมีสติระลึกรู้สภาวะธรรมเป็นฐาน  ทั้ง ๔ ส่วน เป็นการระลึกรู้ว่า ทุกสิ่งล้วน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

ยอดซุ้ม ชั้นบนองค์เจดีย์
มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ มองจากองค์เจดีย์

องค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต ในยามค่ำคืน
ลงเดินออกจากองค์เจดีย์ฯ  ในช่วงค่ำ แสงไฟ เริ่มเปิด เห็นความสวยงามในยามค่ำคืน ของวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ในอีกรูปแบบหนึ่ง  เดินต่อไปที่  มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์  ซึ่งเป็นอาคารสร้างในรูปลักษณะพระพุทธ ๕ องค์ อยู่ด้านบน  วัตถุประสงค์ในการสร้างมหาวิหารนี้ เพื่อเป็นการร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหาวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนม์มายุ ๘๕ พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ในแผ่นดินไทยสืบไป  ส่วนฐานมีขนาดความกว้าง ๔๑ เมตร ยาว ๗๒ เมตร และสูง ๔๕ เมตร แบ่งเป็น ๖ ชั้น โดยส่วนของชั้นที่ ๑ และ ๒ ได้จัดเป็นที่พักของผู้เข้าปฏิบัติธรรม ส่วนบริเวณอื่นๆนั้น ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ ได้แก่ การสวดมนต์ ฟังธรรม และการปฏิบัติภาวนา


มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์


ลวดลายบนพื้นรอบๆ มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์
มหาวิหาร พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ (กลางวัน)
อยู่แต่เพียงภายนอกไม่ได้เข้าไป  และก็ถึงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า สมควรแก่เวลาในการปิดการเข้าชมแล้ว  ก็เดินกลับออกไปที่รถ  ช่วงกลางคืน ภายนอกบริเวณวัด มืดมาก  หากขับรถ ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ  ด้านภายนอกวัด มีร้านอาหารและเครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก เครื่องประดับ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ  ผมเก็บภาพบรรยากาศ บริเวณด้านหลังร้านอาหาร มาให้ชม ครับ  เป็นความสวยงามตามธรรมชาติในช่วงฤดูหนาว ที่เขาค้อ

ภาพบบรยากาศ หลังร้านอาหาร หน้าวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
ออกจากวัดก็มุ่งหน้าไปสู่ที่พัก ในเขาค้อ  คือ  The Bluesky Resort @ Khao Kho  ติดตามอ่านรีวิว ได้ ครับ

พิกัด GPS วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว : 16.789308, 101.050903

แผนที่ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว :



ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักใน เขาค้อ  จังหวัดเพชรบูรณ์  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... แพร่ ไหว้พระ วัดร้องกวาง พระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง

เที่ยวไหนดี? ... แพร่ ไหว้พระ วัดร้องกวาง พระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง  😀


ฤดูหนาว ในช่วงเดือนธันวาคมใกล้จะหมดไป เดินทางกลับจากการ เที่ยวน่าน ที่ได้ไปยืนบนดอยเสมอดาว ดูทะเลหมอก ยามอรุณเบิกฟ้า กับอากาศที่อุณหภูมิ ๗ - ๑๐ องศาเซลเซียส  ออกจาก ที่พักโรงแรมสบายน่าน  เพื่อเดินทางกลับ เส้นทางที่้กลับผ่านจังหวัดแพร่  ก่อนกลับลองหาดูว่าในระหว่างเส้นทางกลับ นั้น  มีวัดใดที่สามารถแวะได้บ้าง ก็มี วัดร้องกวาง ซึ่งมีพระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง ประดิษฐานอยู่  จึงแวะเข้าไปสักการะ

เส้นทางออกจาก  โรงแรมสบายน่าน เลี้ยวซ้าย ขับตามเส้นทาง ๑.๖ กิโลเมตร พบสามแยกเบี่ยงขวา แล้วขับตรงไป ๑.๕ กิโลเมตร ก็จะพบกับถนนยนตรกิจโกศล (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑) ซึ่งเป็นสายหลัก เลี้ยวซ้าย แล้วขับเรื่อยมา  ๘๒.๒ กิโลเมตร เลยที่ว่าการอำเภอร้องกวางเพียงเล็กน้อย ก็จะพบวัดร้องกวางอยู่ทางด้านซ้ายมือ

วัดร้องกวาง ตั้งอยู่ เลขที่ ๙๒ หมู่ที่ ๗ ตำบลร้องกวาง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่   วัดร้องกวางนี้ มีการประกาศจัดตั้งวัด เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๐ ในรัชสมัยของพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปรากฎหลักฐานในทะเบียนวัด ในสมัยของสมเด็จพระอริยวงษญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ศุข)  พระสังฆราชองค์ที่ ๒  วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร แต่ไม่ปรากฎหลักฐานที่ระบุว่า ผู้สร้างวัดเป็นใคร และพระอธิการผู้ดูแลวัดเป็นใคร

พระอุโบสถ วัดร้องกวาง
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๐๖  รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์    ท่านหลวงพ่ออินต๊ะ อิปิน ซึ่งมีภูมิลำเนาที่ บ้านกวางช้างมูบ ตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยพี่น้อง ได้ออกเดินทางเรื่อยมา จากภูมิลำเนาเดิม  จนมาพบ สถานที่แห่งนี้ (พื้นที่วัดในปัจจุบัน)  ซึ่งในขณะนั้น อาจจะเป็นวัดร้างหรือเป็นสถานที่ยังคงมีร่องรอยให้เห็นว่าเคยเป็นวัดมาก่อน และบริเวณโดยรอบยังว่างอยู่ ไม่มีผู้ใครจับจอง  จึงทำการเข้ามาบูรณะ โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชน เริ่มก่อสร้างกุฏิ ขึ้นหลังหนึ่ง ภายหลังมีการสร้างวิหารแบบก่ออิฐถือปูน หันหน้าทางทิศเหนือ และมีประตูทางเข้าสองด้าน คือ ด้านหน้า และประตูด้านทิศตะวันตก  หลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้ (ไม้แป้นเกล็ด) พร้อมกันนั้นได้สร้างพระพุทธรูป ๑ องค์ แบบก่ออิฐถือปูนเป็นพระประธานในโบสถ์ และยังได้สร้าง หล่อ ช้างในลักษณะมูบ (หมอบ) จำนวน ๑ เชือกไว้ เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า หลวงพ่ออินต๊ะ ท่านมาจากบ้านกวางช้างมูบ  ช้างเชือกวิหลวงพ่ออินต๊ะ อิปินสร้างไว้นั้นถูกทุบทิ้ง เมื่อครั้งรื้อวิหารหลังเก่า
ด้านหน้าโบสถ์
ต่อจากนั้นได้มีหม่องแอ  หม่องยอชด์ ส่างคำมูล พร้อมด้วยชาวบ้าน ร่วมกันสร้างพระพุทธรูปอีกองค์ ด้วยไม้สักทั้งองค์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง แบบพระเงี้ยว  หลวงพ่ออินต๊ะ เป็นพระอธิการอยู่วัดร้องกวาง ตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๔๐๕-๒๔๒๘  วัดร้องกวางได้รับประกาศวิสุงคามสีวา ในปี พ.ศ. ๒๕๑๓

พระสองพี่น้อง พระประธานในโบสถ์ วัดร้องกวาง และบุษบก (ด้านขวาของพระประธาน)
คำว่า "ร้องกวาง" เกิดจากสองคำ คือ คำว่า "ร้อง" เป็นภาษาท้องถิ่น  แปลว่า ทางเดินหรือร่องน้ำ ที่มีน้ำขังและไหลผ่านตลอดทั้งปี อันหมายถึง ลำห้วย นั่นเอง   ส่วนคำว่า  กวาง  เป็นภาษกลาง หมายถึง ชื่อสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง   จึงหมายความถึง  ลำห้วยหรือลำธารที่มีฝูงกวางมาใช้อยู่เป็นประจำ ซึ่งในสมัยนั้น มีลำห้วยนี้อยู่ด้านหลังของวัด  ประกอบกับ กลุ่มชนกลุ่มแรกที่มาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่นี่  อพยพมาจาก “บ้านกวาง ช้างมูบ” ตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น จึงประสงค์จะตั้งชื่อหมู่บ้านและ ถาวรวัตถุอื่นๆ ให้มีความหมายใกล้เคียงกับชื่อถิ่นฐานเดิมของตนเพื่อเป็น อนุสรณ์  เมื่อเข้ามาภายในโบสถ์ พบพระพุทธรูป ๒ องค์ ที่ชาวบ้านเรียกว่า พระสองพี่น้อง  ซึ่งเป็นพระประธานของพระอุโบสถแห่งนี้  ด้านบนผนังของโบสถ์ มีจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงเรื่องราวของพุทธประวัติ แต่เป็นจิตรกรรมที่ไม่ใช่เขียนยาวต่อเนื่อง ทั้งผืนผนัง  มีการกำหนดคล้ายเหมือนกรอปรูป ซึ่งแสดงแต่ละช่วงของพุทธประวัติ   ภายในโบสถ ยังมี บุษบกไม้ อยู่หนึ่งหลัง เป็นสีน้ำตาลเข้ม ลงรักษ์ปิดทอง ลวดลายไทยสีทองสวยงาม ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของพระประธาน   ภายในพื้นที่วัด มีพระเจ้าทันใจ ไว้ให้นักท่องเที่ยว กราบสักการะ  เดินออกมาที่ พระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง ซึ่งไม่ไกลจากโบสถ์ เท่าใด นัก


พระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง

ซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ด้านหน้า เจดีย์องค์พระธาตุ
องค์พระธาตุโชคดีศรีร้องกวาง เป็นเจดีย์พระธาตุที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓  โดยมี พระครูวิจิตรนวการโกศบ (ครูบาสมจิต) เจ้าอาวาสวัดสะแล่ง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็น ประธานอุปถัมถ์และอำนวยการก่อสร้าง และพระครูสิริวรรณรัชต์ ทผจล.ชอ. (พระมหาสมบัติ สิริวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดร้องกวาง เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยชาวบ้านร้องกวาง  ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาพุทธเจ้า  มาประดิษฐานไว้เป็นที่สักการะของชาวร้องกวาง  ลักษณะองค์เจดีย์ก่ออิฐถือปูน ฐานสี่เหลี่ยม ลดหลั่นเป็นชั้น ยอดฉัตร ๗ ชั้น  ล้อมด้วยผ้าสีเหลือง แต่ละทิศ (๔ ทิศ) ขององค์พระธาตุ จะมีซุ้ม ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน  ที่วัดร้องกวางยังมีประเพณี พิธีสักการะบูชาองค์พระธาตุ ทุกวันที่ ๗-๙ เดือนมกราคมของทุกปี

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก็ออกเดินทางกลับ ว่าจะแวะพักที่พิษณุโลก สักหน่อยนึง ครับ


ขอบคุณ  ครับ 😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัด แพร่  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... เที่ยวน่าน ฤดูหนาว เดือนธันวาคม ไหว้พระ ๙ วัด ในอำเภอเมืองน่าน ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว

เที่ยวไหนดี? ... เที่ยวน่าน  ฤดูหนาว เดือนธันวาคม ไหว้พระ ๙ วัด ในอำเภอเมืองน่าน ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว  😀

น่าน เป็นจังหวัดที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของทางภาคเหนือ  เป็นเมืองที่มีอารยธรรมโบราณที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อน เคยได้ยินหลายท่านบอกว่าที่น่าน น่าอยู่  มีโอกาสผมก็ได้ไปสักครั้งหนึ่ง เก็บกระเป๋าออกเดินทาง ในช่วงกลาง - ท้ายเดือนธันวาคม ในเป้าหมายการเดินทางระยะยาว มี เมืองน่าน อยู่ ๓ วัน ๒ คืน  ตั้งใจไปเที่ยวแบบสบายๆ

หากมาเที่ยวน่าน โดยไม่แวะจังหวัดอื่นๆ  ก็ขออนุญาต แนะนำ ๙ วัดในจังหวัด น่าน โดยเรียงลำดับระยะทางที่ เหมาะสมที่สุด ระยะทางการเดินทางทั้งหมด เพียง ๑๓.๔ กิโลเมตร   ซึ่ง มีดังนี้ ครับ  ๑. วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน   ๒. วัดหัวข่วง จ.น่าน   ๓. วัดสวนตาล  จ.น่าน  ๔. วัดศรีพันต้น จ.น่าน ๕. วัดพระธาตุเขาน้อย จ.น่าน  ๖. วัดพญาวัด จ.น่าน  ๗. วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จ.น่าน ๘. วัดมิ่งเมือง จ.น่าน  ๙. วัดภูมินทร์ จ.น่าน

แผนที่การเดินทาง ไหว้พระ ๙ วัด จังหวัดน่าน

ออกเดินทางยามค่ำคืน เพื่อที่จะให้ไปถึงเช้า มีแวะพักที่ จ. แพร่ ในยามเช้า สักเล็กน้อย  แล้วเดินทางต่อเข้าสู่จังหวัดน่าน   สำหรับการเดินทางจากทางรถยนต์  ท่านที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงไปที่ วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นอันดับแรก มีเส้นทางการเดินทางดังนี้  เริ่มจากรังสิต ผ่านปทุมธานี อยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี, ชัยนาท, นครสวรรค์ ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข ๑) ระยะทาง ๑๙๙ กิโลเมตร ก่อนเข้าตัวเมือง จังหวัดนครสวรรค์ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง ออกทางหลวงหมายเลข ๑๒๒ มุ่งหน้าไป ๒๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ ผ่านจังหวัดพิจิตร, เข้าสู่ จังหวัดพิษณุโลก แล้ว ใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง จังหวัดพิษณุโลก ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๖ (๒๒ กิโลเมตร) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข ๑๑  ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ และเข้าสู่แพร่ (ระยะทางช่วงนี้ ๑๔๖ กิโลเมตร ผ่านเขตภูเขา)   แล้วเลี้ยวขวาที่แยกเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ขับต่อไปอีก ๑๒๗ กิโลเมตร กลับรถขับขึ้นมา ๑๓๐ เมตร เลี้ยวซ้าย ขับต่อไป ๑.๕ กิโลเมตร เบี่ยงซ้ายถนนบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๐ มุ่งหน้าไป ๒.๒ กิโลเมตร พบสามแยกเลี้ยวขวาไป ๑.๑ กิโลเมตร พบสามแยกเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ๓๕๐ เมตร เลี้ยวขวา ขับตรงไป ๖๓๐ เมตร เลี้ยวขวา และ ซ้าย ก็ถึงวัดพระธาตุแช่แห้ง

๑ วัดพระธาตุแช่แห้ง  ๒ วัดหัวข่วง ๓ วัดสวนตาล
๔ วัดศรีพันต้น ๕ วัดพระธาตุเขาน้อย ๖ วัดพญาวัด
๗ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ๘ วัดมิ่งเมือง ๙ วัดภูมินทร์ 
๑. วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
วัดพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๓ บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน  เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ สร้างขึ้นปีพ.ศ. ๑๘๙๙ โดยพญาครานเมือง เจ้าผู้ครองนคร องค์พระธาตุเป็นสัญญลักษณ์ถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่าง อาณาจักรน่าน และ อาณาจักรสุโขทัยในยุคสมัยนั้น  มีพระวิหารหลวง ศิลปะสกุลช่างน่าน มีพระเจ้าล้านทอง เป็นพระประธาน, หลวงพ่อมหาอุตม์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่, พระพุทธไสยาสน์, หลวงพ่อทันใจ พระวิหารพระเจ้าอุ่นเมือง, ศาลเจ้าหลวงท้าวขาก่าน, ลานพระประจำวันเกิด และน้ำบ่อแก้ว    ทั้งนี้ องค์พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดปีเถาะ (ปีนักษัตรกระต่าย) และ มี  พระธาตุชเวดากอง องค์จำลองประดิษฐานอยู่ ถือว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย (ปีนักษัตรม้า) ซึ่งผู้ที่เกิด สองปี นี้ นิยมมาไหว้สักการะเพื่อขอพร และเสริมโชคชะตา หรือไหว้แทนบุคคลที่ไม่สามารถเดินทางมาได้
พิกัด GPS วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน  :  18.758293, 100.791721

๒ . วัดหัวข่วง จ.น่าน    
อยู่ห่างจากวัดพระธาตุแช่แห้ง เพียง ๓.๕ กิโลเมตร วัดหัวข่วง ตั้งอยู่เลขที่ ๗๗ ถนนมหาพรหม บ้านหัวข่วง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๐๖๑ คำว่า "หัวข่วง"  คือ วัดที่อยู่ทิศเหนือของลานกว้าง (สนามหลวงเมืองน่าน หรือ ข่วงเมืองน่าน)   ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์น่านชั้นใน ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของนครรัฐน่าน  นับตั้งแต่ยุคของการสร้างเมือง ในปี พ.ศ. ๑๙๑๑ โดย พญาผากอง  ในวัดมี หอไตรที่สวยงาม, องค์เจดีย์ และสิ่งที่แปลกที่สุด คือ พระประธานซึ่งไม่ได้ตั้งอยู่กึ่งกลางโบสถ์
พิกัด GPS วัดหัวข่วง :     18.777207, 100.771243

๓.  วัดสวนตาล  จ.น่าน 
อยู่ห่างจากวัดหัวข่วง ประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดสวนตาล ตั้งอยู่ ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน  สร้างในปี พ.ศ. ๑๙๕๕  ภายในวัดมี พระเจ้าทองทิพย์ (พระประธานในพระวิหาร) เป็นพุทธรูปปางมารวิชัยเก่าแก่ สวยงาม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองน่าน และ บ่อน้ำทิพย์ที่ศักดิ์สิทธิ์
พิกัด GPS  วัดสวนตาล : 18.784037, 100.774494


๔. วัดศรีพันต้น จ.น่าน
อยู่ห่างจากวัดสวนตาล ๑.๖ กิโลเมตร  วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่ที่ ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน  ภายในวัดมี โบสถ์สีทองอร่าม สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี กาญจนาภิเษก รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่๙)  ซึ่งมีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม, พระประธานในโบสถ์และจิตรกรรมฝาผนังด้านในโบสถ์ที่สวยงาม, พระสังกัจจายน์ และศิลาจารึกอันเก่าแก่ 
 พิกัด GPS วัดศรีพันต้น  :  18.775992, 100.765733

๑ พระเจ้าล้านทอง วัดพระธาตุแช่แห้ง
๒. พระประธาน วัดหัวข่วง
๓. พระเจ้าทองทิพย์ วัดสวนตาล
๔. พระประธาน วัดศรีพันต้น
๕. พระประธาน วัดพระธาตุเขาน้อย
๖. พระเจ้าสายฝนหรือ พระเจ้าฝนแสนห่า วัดพญาวัด
๗. พระประธาน วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร
๘. พระประธาน วัดมิ่งเมือง
๙. พระพุทธรูป ปางมารวิชัย ๔ ทิศ พระประธานวัดภูมินทร์

๕. วัดพระธาตุเขาน้อย จ.น่าน
อยู่ห่างจากวัดศรีพันต้น ๒.๘ กิโลเมตร  วัดพระธาตุเขาน้อย สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐  เป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๑๑  ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน บนยอดดอยเขาน้อย  ภายในวัดมี องค์พระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พระเจ้าทันใจ,  พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน เป็นพระพุทธรูปปางลีลา ที่อยู่บนลานกว้างบนยอดเนิน ทำให้เห็นเมืองน่าน ได้โดยรอบ
พิกัด GPS วัดพระธาตุเขาน้อย  :  18.769397, 100.750541

๖. วัดพญาวัด จ.น่าน
อยู่ห่างจาก วัดพระธาตุเขาน้อย  ๒ กิโลเมตร   วัดพญาวัด  ตั้งอยู่บ้านพญาวัด หมู่ที่ ๖ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย วัดมีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๑๐ ตารางวา สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๕๓๘ ภายในวัดมี  เจดีย์จามเทวี, พระไม้ประทับยืนบนฐานดอกบัว, ธรรมาสน์โบราณ, พระเจ้าสายฝนหรือ พระเจ้าฝนแสนห่า พระประธานในโบสถ์ ซึ่งชาวบ้านเคารพสักการะของ และใช้ในพิธีขอฝนครั้งสุดท้าย
พิกัด GPS วัดพญาวัด :  18.770881, 100.763015

๗. วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร จ.น่าน
อยู่ห่างจากวัดพญาวัด ๑.๖ กิโลเมตร วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารนี้ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๑๙๔๙  ตั้งอยู่ที่ ๘๙   มหาพรหม ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน  ภายในวัดมี พระวิหาร, หอธรรมล้านนา-หอพระไตรปิฏก, พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี เป็นพระพุทธรูปทองคำ สร้างเมื่อปีพ.ศ. ๑๙๖๙ และ องค์เจดีย์พระธาตุช้างค้ำ เป็นศิลปะที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสุโขทัย
พิกัด GPS วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร :   18.776332, 100.772140

๘. วัดมิ่งเมือง จ.น่าน
อยู่ห่างจาก วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เพียง ๔๕๐ เมตร วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่เลขที่ ๓๖ ถนนสุริยพงษ์ บ้านมิ่งเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน  ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด ภายในวัดมี เสามิ่งเมือง ซึ่งเป็นเสาหลักเมืองของ จ.น่าน,  พระอุโบสถสีขาวล้วน อันงดงาม, พระประธานในโบสถ์และจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม, พระพุทธรัตนวรตรัยวลัชญ์กรศรีนครน่านมหามุนี
พิกัด GPS วัดมิ่งเมือง :  18.774641, 100.769115

๙. วัดภูมินทร์ จ.น่าน
อยู่ห่างจากวัดมิ่งเมือง เพียง ๕๕๐ เมตร วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๓๓ บ้านภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๓๘  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๑๓๙  ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๑๐ ได้มีการบูรณะวัดภูมินทร์ ครั้งใหญ่  ใช้เวลานาน ๗ ปี ภายในวัดมี พระอุโบสถและพระวิหาร ที่มี ๔ ทิศ, พระประธานปางมารวิชัย ๔ ทิศ, ภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่ลบเลือนบ้างแต่ทรงคุณค่า, ภาพจิตรกรรม ปู่ม่าน ย่าม่าน ที่เรียกว่า "ภาพกระซิบรักบันลือโลก"
พิกัด GPS วัดภูมินทร์ :   18.774554, 100.771618


ถ้าเดินทาง ครบ ๙ วัด ก่อนพระอาทิตย์ ตกดิน  สถานที่แห่งหนึ่งไม่ไกลจากวัดภูมินทร์ ก็คือ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน เพียง ๒๕๐ เมตร ซึ่งมีซุ้มต้นลีลาวดี ที่ นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูป เป็นที่ระลึก และภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ยังมีวัดน้อย วัดที่เชื่อกันว่าเป็นวัดมีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย  
สำหรับเส้นทางข้างต้น สามารถเดินทางได้ ภายในวันเดียว ครับ หากแต่ถ้าติดในเรื่องเวลา เกรงว่าจะไม่ทัน ๖ โมงเย็น ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว วัดจะปิดในเวลา ๕-๖ โมงเย็น  สามารถเลื่อน วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวัดสุดท้ายได้  วันที่ผมเดินทางไป เป็นวันเสาร์  วัดภูมินทร์ จะปิดพระอุโบสถ ประมาณ ๑๙:๔๐ น. ส่วนวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ไปถึงประมาณ ๒ ทุ่ม ก็ยังไม่มีทีท่า ว่าจะปิดไม่ให้เข้าชม   ส่วนที่ว่าให้มาจบที่วัดสุดท้าย คือ วัดภูมินทร์ เพราะว่า ด้านข้างวัด มีถนนคนเดิน ยามค่ำคืน ซึ่งมีทั้งอาหารสด เครื่องดื่ม และของที่ระลึก เมื่อซื้อหา ของรับประทานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำมานั่งรับประทานได้ที่ ช่วงเมืองน่าน หรือ สนามหลวงเมืองน่าน ได้   

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ หาจะไปนั่งชืลล์ ริมน้ำน่าน กับเครื่องดื่มเย็น หรือรับประทานขนม ขอแนะนำสถานที่หนึ่ง คือ ร้านกาแฟสุดกองดี  ภายในร้านตกแต่งสวยงาม มีแมวยิ้ม ตัวใหญ่ 😄 และบรรยากาศร่มรื่น ฤดูหนาวกับอุณหภูมิประมาณ ๒๐ กว่าองศา  

สำหรับท่านที่จะเที่ยวต่อ ก็ขอแนะนำ ยามเช้าที่สดใส กับทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว อุทยานแห่งชาติศรีน่าน  ควรไปถึงก่อนพระอาทิตย์ ขึ้นในเวลาประมาณ ตี ๕ ครึ่ง หรือหากท่านใดสนใจการพักแแบบเต้นท์ ก็สามารถเดินทางไปพักได้ที่ลานดอยเสมอดาวและผาสิงห์  หลังจากดูทะเลหมอก แล้ว สถานที่ไม่ไกลมากนักในอุทยานแห่งชาติศรีน่านนี้ ห่างกันประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ก็คือ เสาดินนาน้อยและคอกเสือ 
เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ คล้ายกับ แพะเมืองผี ของ จังหวัดแพร่ คือการกัดเซาะดิน อันเกิดจากแรงลม และแรงน้ำ ตามธรรมชาติ เป็นเวลานาน

ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ กับเสาดินนาน้อย
ห่างจาก เสาดินนาน้อยและคอกเสือ เพียง ๒๐๐ เมตร ก็มีวัด วัดพระธาตุเชียงของ (พระธาตุดอยปุ่มข้าว) จ.น่าน มีจุดชมวิว ที่สวยงาม และเงียบสงบ  

หากจะแวะรับประทานภายใน จ. น่าน ก็มี ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว มีวิวที่นั่งรับประทานอาหารและมองเห็นแม่น้ำน่าน ได้   ส่วนร้านอาหารที่ออกมานอกเมืองหน่อย แต่บรรยากาศใกล้เคียงกัน คือ ร้านสวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน ห่างจากอำเภอเมืองน่าน ๑๐ กิโลเมตร   และหากเดินทางกลับผ่านทาง จังหวัดแพร่  ถ้ามีโอกาสก็น่าจะแวะไปสักการะ  วัดพระธาตุช่อแฮ จ.แพร่ เป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดปีขาล (ปีนักษัตรเสือ) 


ทะเลหมอกที่ดอยเสมอดาว, เสาดินนาน้อย,
ซุ้มต้นลีลาวดี, พระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน วัดพระธาตุเขาน้อย, จิตรกรรมฝาผนัง ปู่ม่าน ย่าม่าน (ภาพกระซิบรักบันลือโลก), เสาหลักเมือง วัดมิ่งเมือง,
ริมน้ำน่านที่ร้านอาหาร สวนอาหารเรือนแก้ว, ร้านกาแฟสุดกองดี, สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ ผมพักที่   โรงแรมสบายน่าน   ซึ่งห่างจากถนนคนเดิน เพียง ๓ กิโลเมตร และสถานที่พักก็เงียบ ไม่พลุกพล่าน   เมืองน่าน นับเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกแห่งในเมืองไทย ครับ บรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ ความรู้สึกอบอุ่นของผู้คน ในระหว่างการท่องเที่ยว  ศิลปะและมีอารยธรรมโบราณที่หลงเหลืออยู่ มีความสวยงามมาก ครับ  หากมีโอกาส เดินทางมา น่าน นะครับ 😄

พิกัด GPS ดอยเสมอดาว :  18.375424, 100.826820  
พิกัด GPS  เสาดินนาน้อย :  18.303179, 100.752177
พิกัด GPS พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน  :  18.776231, 100.770823
พิกัด GPS ร้านกาแฟสุดกองดี  :  18.773370, 100.778435
พิกัด GPS ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว  :  18.792591, 100.790543
พิกัด GPS สวนอาหารวังปลาหน้าเขื่อน :  18.696378, 100.749216
พิกัด GPS วัดพระธาตุช่อแฮ :  18.086278, 100.204342


ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ

เที่ยวไหนดี? ... น่าน เมืองน่าน ร้านกาแฟสุดกองดี

เที่ยวไหนดี? ...  น่าน เมืองน่าน  ร้านกาแฟสุดกองดี 😀

หลังจากอิ่มท้องกับอาหารอร่อยและบรรยากาศรับประทานอาหาร ริมแม่น้ำน่าน ที่ ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว แล้ว  ก็ออกเดินทางมาที่ ร้านกาแฟสุดกองดี   ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ ๓.๖ กิโลเมตร โดยขับออกจากสวนอาหารเรือนแก้วเลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนสุมนเทวราช ขับตามเส้นทางไป ๒.๘ กิโลเมตร พบสี่แยก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนมหาวงศ์ ไป ๘๐๐ เมตร เลี้ยวขวาไป ๒๖๐ เมตร จะพบร้านกาแฟสุดกองดี ทางซ้ายมือ   ถ้ามาจากทาง ช่วงเมืองน่าน, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หรือ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ก็เพียง ๒ กิโลเมตร 

ป้ายร้านกาแฟสุดกองดี
 เวลาที่เดินทางมาถึงประมาณ ทุ่มกว่าๆ  อากาศในฤดูหนาวเย็นดี 😄  มีลมโชยเอื่อยๆ  บ้าง   เมื่อเดินจากที่จอดรถเข้ามาในร้าน  จะพบตู้ไปรษณีย์จำลองขนาดใหญ่ตั้งอยู่  มีม้านั่งเป็นสถานที่ เหมาะสำหรับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก  มีบรรยากาศของคริสต์มาสหลงเหลืออยู่ คือ มีต้นไม้คริสต์มาส (แบบไฟฟ้า) และกล่องของขวัญ วางอยู่ คู่กับแมวยิ้ม ตัวเบ้อเริ่ม เดินตรงเข้าไปในร้านกาแฟในส่วนเคานตอร์ เพื่อสั่ง ถึงรู้ว่าร้านนี้ มีทั้งกาแฟ และอาหาร

ตู้ไปรษณีย์จำลอง สถานที่สำหรับถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว และบรรยากาศ ภายในร้าน
ในร้านตกแต่งด้วยต้นไม้หลากหลาย ที่ทำให้เกิดความรู้สึกร่มรื่น เย็นใจ มีชั้นสองสำหรับผู้ที่ชอบมุมสูง  ที่ตั้งของสถานที่ร้าน จะถือว่าติดริมแม่น้ำน่าน ก็ว่าได้ เพราะมีเพียงถนนเล็กๆ กั้นระหว่างร้านกับแม่น้ำ สำหรับผู้ที่ชอบวิวแม่น้ำ สามารถขึ้นมานั่งชั้นบนได้ ครับ    ภายในร้านมีการจัดวางที่นั่ง ค่อนข้างห่างกัน ทำให้มีความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น  สำหรับชั้นบน เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ส่วนใหญ่ จะเน้นเป็นแบบเหล็ก

บรรยากาศคริสต์มาส และ ทางด้านขวาเป็น ร้านที่เป็นเคานเตอร์สั่งอาหาร
ร้านกาแฟสุดกองดี ไม่ได้มีเครื่องดื่มเฉพาะกาแฟ เพื่อต้อนรับลูกค้าเท่านั้น ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำสมุนไพรอัญชัน, น้ำพันซ์  และอื่นๆ  สำหรับราคาเครื่องดื่มก็เริ่มต้น ตั้งแต่ ประมาณ ๔๐ บาท (เครื่องดื่มร้อน) ขึ้นไป  แต่เมื่อมาถึงที่ร้านกาแฟสุดกองดี ก็ต้องลองสูตรกาแฟของที่นี่ จึงสั่งกาแฟสุดกองดี แบบเย็น และคาปูชิโนเย็น อีกแก้ว  รับหมายเลขโต๊ะ แล้วเดินหาที่นั่ง ตามที่เราชอบได้เลยครับ  เลือกมุมที่ชิลล์ในแบบฉบับของเรา   เมื่อผม เดินรอบๆ แล้วจึงขึ้นไปชั้นสอง ได้ที่นั่งเหมาะๆ  เป็นที่นั่งริมระเบียงเห็นแม่น้ำน่าน ยามค่ำคืน กับอุณหภูมิเย็นสบายในฤดูหนาว ช่วงกลางคืน  ที่น่าน

กาแฟสุดกองดี และคาปูชิโน กับวิวแม่น้ำน่าน ยามค่ำคืน
สักพัก เครื่องดื่ม ก็มาถึง ....  หลังจากชิมแล้ว ต้องยอมรับว่ากาแฟที่เป็นสูตรของที่นี่ ค่อนข้างเข้ม (แต่ไม่มาก) รสชาติกลมกล่อม สำหรับชื่อร้าน คำว่า  "สุดกอง" แปลว่า "สุดซอย" ซึ่งชื่อร้านจะมีความหมายโดยรวมว่า “สุดซอยพอดี” หรืออีกความหมายหนึ่ง.....คำว่า “กอง” ภาษาเหนือแปลว่า “รอคอย”  ก็หมายความว่า “สิ้นสุดการรอคอย ที่สุดกองดี” นั่นเป็น นิยามความหมายชื่อร้าน ของทางร้านกาแฟสุดกองดี อธิบายไว้ ครับ

ต้นไม่ใหญ่ของร้าน และริมน้ำน่าน ยามค่ำคืน
ร้านกาแฟสุดกองดี (Cafe' Soodgongdee )  เปิดทำการ เวลา ๙:๐๐ - ๒๓:๐๐ น.  เบอร์ติดต่อ 086 995 6545  นั่งเรื่อยๆ  จนเวลาล่วงเลยมาสองทุ่มกว่า จึงเดินทางกลับไปที่พัก  โรงแรมสบายน่าน  อีกคืนหนึ่ง ครับ 😄  ก่อนเดินทางกลับ ก็เดินออกมาทางด้านหน้าร้านกาแฟสุดกองดี ยืนในฝั่งที่เป็นแม่น้ำน่าน แล้วเก็บภาพบรรยากาศร้าน ที่จะเห็นได้ว่า ร้านกาแฟสุดกองดีนี้ ร่มรื่นเพียงใด


ร้านกาแฟสุดกองดี ยามคำ่

พิกัด GPS ร้านกาแฟสุดกองดี  :  18.773370, 100.778435

แผนที่ ร้านกาแฟสุดกองดี



ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ









เที่ยวไหนดี? ... น่าน เมืองน่าน ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว

เที่ยวไหนดี? ...  น่าน เมืองน่าน  ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว 😀

ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว อยู่ห่างจาก พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน ประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑๐ นาที เมื่อออกจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ น่าน เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนผากอง มุ่งหน้าไป ๑ กิโลเมตร พบสี่แยก ตรงต่อไปเข้าสู่ถนนสวนตาล ขับไป ๔๐๐ เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุมนเทวราช ขับตามเส้นทางไป ๑.๗ กิโลเมตร พบร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว ทางด้านซ้ายมือ 
ขับรถเข้าจอดด้านใน  

ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว
ระหว่างเดินไปที่โต๊ะอาหาร
ระหว่างเดินทางเข้าร้านมีป้าย ที่เขียนเป็น รูปจิตรกรรม ปู่ม่านย่าม่าน (วัดภูมินทร์) ไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ถ่ายรูป   การตกแต่งร้านเป็นบรรยากาศแบบบ้านๆ เรีบบง่ายแต่ดูดี  ร้านอาหารติดริมแม่น้ำน่าน ทำให้ได้ทิวทัศน์ที่สวยงาม  วันนี้ คนมาค่อนข้างเยอะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็นั่งริมน้ำ  ผมก็เลยได้ที่นั่งไม่ริมมากนัก  แต่มองเห็นแม่น้ำ  รู้สึกเย็นใจดีจัง  ที่ร้านมีอาหารหลากหลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยและอาหารพื้นเมือง มีประเภทอาหารจีนอยู่บ้าง    นั่งดูอยู่สักพักใหญ่ เนื่องจากรายการอาหารเยอะ แต่ปริมาณการรับประทานมีจำกัดจึงเลือกที่ อยากรับประทานที่สุด  ก็ ได้รายการอาหารดังนี้ ครับ

วิวริมแม่น้ำน่าน ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว
ต้มยำปลาคังน้ำใส, ยำฟักแม้ว, ยำเอ็นแก้ว และทอดมันปลา  นั่งไม่นานเท่าไร อาหารก็มาเสริฟ์ถึงที่ รสชาติอาหารอร่อย  รสชาติกลมกล่อม ไม่เปรี้ยวหรือเผ็ดจัดเกินไป  ระหว่างนั่งก็มีลมเย็นๆ โชยบ้าง 

ต้มยำปลาคังน้ำใส, ยำฟักแม้ว, ยำเอ็นแก้ว และทอดมันปลา
ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว ตั้งอยู่ที่ ๑/๑ ถ.สุมนเทวราช ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน  โทรศัพท์ : 089 558 2508 และ  054 710 631  เปิดทุกวัน เวลา ๑๐:๐๐ - ๒๒:๐๐ น. สำหรับเมนูแนะนำของทางร้าน จะมี  น้ำพริกหนุ่ม, ปลาทับทิมยำตะไคร้, แกงส้มเมืองปลาคัง, ไส้อั่ว, ยำน่องนาง, ปลาคังลวก, ไก่อบกรอบ และ ออเดิร์ฟเมือง ภายในชุดออเดิร์ฟประกอบด้วย ชุดน้ำพริกอ่องสูตรพื้นเมืองน่าน (จะออกแห้งและไม่มันมาก)  ทานร่วมกับ ผักลวก , ผักสด , แคบหมู , แหนม , ไส้อั่ว และ ลาบหมูคั่ว  โดยรวมแล้ว ที่นี่ เป็นร้านอาหารที่เหมาะสำหรับมานั่งรับประทานอาหารเป็นครอบครัว หรือสำหรับการรับประทานในแนวโรแมนติค ก็ได้ ครับ 

หลังจากอิ่มท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังไม่อยากกลับที่พัก อยากนั่งพักผ่อนเรื่อยๆ ในบรรยากาศเมืองน่าน ช่วงฤดูหนาว ดู   ก็ลองค้นหาดูว่าร้านกาแฟ ในเมืองน่าน มีร้านไหนบ้างที่ ได้บรรยากาศในแนวนี้ และปิดช้าสักหน่อย   ก็พอจะมีอยู่ ๒-๓ ร้าน  ก็ลองไปดูที่ร้านกาแฟสุดกองดี เป็นที่แรก ครับ

พิกัด GPS ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว  :  18.792591, 100.790543

แผนที่ ร้านอาหารสวนอาหารเรือนแก้ว 






ขอบคุณ  ครับ  😄


สำหรับท่านที่ สนใจจะจองที่พักในจังหวัดน่าน  สามารถกดดูรายละเอียดที่  ลิงค์นี้  หรือ  ลิงค์นี้  ก็ได้ ครับ